ช่วงวันวาเลนไทน์ ไปรษณีย์ไทยจะจำหน่าย “แสตมป์รัก” สุดหวานประจำปี 54
admin | Feb 12, 2011 | Comments 0
น้อยคนที่จะรู้ว่า “น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซีอีโอคนใหม่เสียงนุ่มนวลชวนฝัน (เธอเคยเป็นดีเจเปิดเพลงแนวอีซี่ลิสซึ่นนิ่ง และยังเป็นนักอ่านสปอตเสียงสวยชื่อดัง โดยการผลักดันจาก อากู๋-ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม…!) แถมยังเป็นคนที่รักการสะสมแสตมป์ และรักการเขียนจดหมายตัวจริงเสียงจริงมากๆ
ใกล้ช่วงเวลาวันวาเลนไทน์แล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ไปรษณีย์ไทยจะจำหน่าย “แสตมป์รัก” สุดหวานประจำปี 54 ไทยรัฐออนไลน์ จึงมีโอกาสได้คุยกับนักรักแสตมป์ ที่หวานไม่แพ้กัน…!
แสตมป์เป็นมากกว่ากระดาษ…!
“ตอนเด็กๆ ชื่นชอบแสตมป์มาก แต่ก็ไม่ได้มีเก็บเอาไว้มากมาย ส่วนใหญ่แล้วจะชอบสะสมดวงที่สวยๆ แปลกๆ เก็บไว้ตามประสาผู้หญิงค่ะ…” ซีอีโอเสียงใส ใบหน้ายิ้มร่า เมื่อย้อนถึงความสุขในอดีตที่เกี่ยวกับแสตมป์ และยังย้ำด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าดีใจสุดๆ พอโตขึ้นยังก็มีโอกาสได้มาทำงาน และได้อยู่กับสิ่งที่เรารักอีกด้วย
“ถามว่าเราเป็นนักสะสมแสตมป์ ตัวยงแบบเก็บทุกๆ ดวง ไปเสาะหามาสะสมหรือเปล่า ก็ไม่ถึงขนาดนั้น หากจะต้องให้คำจำกัดความ ซึ่งเราอาจจะเป็นแค่นักสะสมแสตมป์มือสมัครเล่น แต่ได้ชื่อว่าเป็นนักชอบดูแสตมป์มืออาชีพ (หัวเราะ) เลยทีเดียว ซึ่งก็โชคดีที่พอมีโอกาสทำงานที่เรารักตรงนี้ ได้อยู่ได้เห็นอะไรเยอะมากๆ แถมยังได้เป็นคณะกรรมการจัดสร้างแสตมป์ตั้งแต่สมัยเป็นผู้จัดการฝ่ายประชา สัมพันธ์ (ที่กรมไปรษณีย์) ได้คลุกคลีมัน ทำให้มีความรู้สึกไปไกลกว่าดวงนี้สวยดี เนื่องจากได้ตีความในความหมายที่แตกต่างไป”
ไม่เพียงเฉพาะแสตมป์ไทย ยังหมายรวมถึงแสตมป์ทั่วโลก แสตมป์ทำให้เรารู้ว่านอกจากจะสวยงามแล้วมันสามารถสื่ออะไรได้เยอะ มันทำให้เห็นว่าแสตมป์มันเป็นสื่อที่มี Story Behide ได้ยอดเยี่ยมสุดๆ
แสตมป์ดวงแรกของไทยคือ…
เมื่อกล่าวถึงแสตมป์ที่ผลิตออกจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย ซีอีโอไปรษณีย์ไทย บอกว่า ก็คือวันถือกำเนิดกิจการไปรษณีย์ไทย ซึ่งก็ต้องนับย้อนหลังไปประมาณ 100 ปี
“แสตมป์ชุดแรกของไทย “ชุดโสฬศ” ประกอบด้วยราคา 1 โสฬศ, 1 อัฐ, 1 เสี้ยว, ซีกหนึ่งสลึงหนึ่ง และเฟื้องหนึ่ง จัดพิมพ์ที่บริษัท Waterlow and Sons Ltd. ประเทศอังกฤษ จำนวนพิมพ์ชนิดราคาละ 5 แสนดวง (เริ่มนำออกใช้วันที่ 4 ส.ค. 2426 ในวันนั้น เนื่องจากแสตมป์ราคาเฟื้องหนึ่งส่งมาไม่ทัน กรมไปรษณีย์จึงงดใช้ และนำมาจำหน่ายเพื่อการสะสมภายหลัง)”
อย่างไรก็ดี ขณะเดียวกันถ้าหากศึกษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 9 เราจะได้รู้ถึงเรื่องราวความเป็นมาของรัชสมัยในทุกๆ เรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นจากแสตมป์ดวงเล็กๆ ที่นำมาเรียงเรื่องราวก็จะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งสะสมมันทำให้เรากลับมาค้นเรื่องราวต่างๆ ได้แสตมป์ทุกประเทศก็เป็นหน้าต่างของประเทศนั้นๆ อีกด้วย
แสตมป์ที่ระลึก มีไว้เพื่อระลึก
ปัจจุบันแสตมป์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.แสตมป์ที่ระลึก 2.แสตมป์ที่นำมาใช้งานราคาเริ่มตั้งแต่ 1 บาทไปจนถึง 500 บาท ส่วนสาเหตุที่แสตมป์ส่วนใหญ่เป็นรูปบุคคล สถานที่ รูปเอกลักษณ์ประจำชาติสำคัญของประเทศนั้นๆ เนื่องจากแสตมป์จะต้องใช้ติดอยู่บนจดหมายและเดินทางไปรอบโลกที่มีการ ไปรษณีย์ไปถึง นอกจากเป็นสื่อที่บอกในเรื่องอัตราค่าฝากส่ง มันจึงเป็นเสมือนทูตวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ อีกด้วย
หลังจากนั้นใน ยุคล่าสุด แสตมป์ได้มีการพัฒนาเพื่อให้โดนใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น จึงได้มีการดีไซน์ให้มีเรื่องของกลิ่น รูปภาพ กระทั่งทำตัวหนังสือ 3 มิติเพื่อความทันสมัย
“มันเป็นพัฒนาการของการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพราะปัจจุบันเราต้องยอมรับว่า ไปรษณีย์ไทยจะดึงความสนใจของกลุ่มวัยรุ่นชัดเจนขึ้น เพื่อให้พวกเขาไปซื้อสะสมตามเทศกาล ล่าสุด แสตมป์วันวาเลนไทน์ ที่เราทำออกมา ถือว่าประสบความสำเร็จทุกๆ ชุด และชุดที่ขายดีมากที่สุดก็คือ “แสตมป์ชุดดอกกุหลาบ”
และในปีนี้ ไปรษณีย์ไทยได้เปลี่ยนรูปภาพจากดอกกุหลาบ มาดีไซน์เป็นรูปของหัวใจดูบ้าง ซึ่งจะใช้พื้นแบ็คกราวด์สีขาวและภาพกราฟฟิกลายเส้นรูปหัวใจดวงเล็กหลายดวง จัดวางเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ในพื้นแบ็คกราวด์สีชมพูเข้ม เคลือบกลิ่นหอมและสปอตยูวีลายเส้น (ผู้ออกแบบ น.ส.มยุรี นาคนิศร) และการที่เราเอาเรื่องของกราฟฟิกเข้ามาเล่น เพื่อไม่ให้วัยรุ่นเบื่อ และคาดหวังไว้ว่าแสตมป์ชุดนี้จำนวน 1 ล้านดวง จะต้องจำหน่ายหมดแน่นอน
แสตมป์เนเวอร์ดาย…!
ท้ายที่สุด กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ยังยืนยันด้วยว่า แม้โลกจะพัฒนาไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีแค่ไหน แต่ไปรษณีย์ไทยจะไม่ทำให้แสตมป์และการเขียนจดหมายต้องตายไปจากเมืองไทยแน่ นอน
“คนเป็นห่วงว่าคนฮิตมาแชท “บีบี” กัน หันมาเขียนบล็อค สื่อสารข้อความในเฟซบุ๊กกันมากๆ วันหนึ่งแสตมป์และการเขียนจดหมายจะตายไปจากสังคม ซึ่งตอนนี้เรามีการรณรงค์การเขียนจดหมายด้วยลายมือของเราเอง ขณะเดียวกันก็เป็นการสนับสนุนให้คนรักภาษาไทย เพราะเป็นภาษาที่สละสลวย โดยรณรงค์มาแล้ว 2-3 ปีแล้ว ซึ่งได้ผลเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ จากปีที่เริ่มโครงการเขียนจดหมายนี้ อีกทั้งในเรื่องของแสตมป์ ไปรษณีย์ไทยยังได้มีการปรับตัวให้ถูกใจวัยรุ่นมากขึ้น ยืนยันตรงนี้ได้ว่า ถึงเราจะขึ้นชื่อว่าไปรษณีย์ไทย แต่เราไม่ใช่องค์กรโบราณ เพราะพร้อมจะปรับตัว อิงกระแส และล้อเล่นไปพร้อมกับโลก และขอให้เชื่อมือเราว่า ต่อให้วันเวลาผ่านไปนานเท่าใด แสตมป์กับจดหมายก็จะไม่มีวันตายอย่างแน่นอน” ซีอีโอไปรษณีย์คนเก่งให้คำมั่นสัญญา
5 ปี แสตมป์รักสื่อรักแทนใจ ไม่มีวันตาย
ปี 2550 นับ เป็นครั้งแรกที่ไปรษณีย์ไทยใช้ภาพดอกกุหลาบสีเหลืองเคลือบกลิ่นหอม ทั้งนี้เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา และตั้งใจให้เป็นสื่อสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีของเหล่าพสกนิกรที่มีแด่ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ปี 2551 ไปรษณียากร ชุด “ดอกกุหลาบ” สื่อรักแทนใจในปีนี้เป็น “ภาพดอกกุหลาบสีขาวขลิบชมพู” ให้รู้ซึ้งซึ่งความรักที่งดงามและอ่อนหวาน เหมาะสำหรับคู่รักหรือผู้ต้องการใช้ส่งความรู้สึกที่ดีแทนดอกกุหลาบจริงที่ มีราคาแพง ไม่ว่าจะส่งมอบในรูปของแสตมป์ หรือผนึกลงบนโปสการ์ดและจดหมายรัก ก็สามารถกลายเป็นสื่อแทนความรักความรู้สึกที่ดีต่อใครคนนั้น สามารถเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำตราบนานเท่านาน
ปี 2552 เชื่อม โยงความรักบริสุทธิ์ทุกรูปแบบในเทศกาลวาเลนไทน์ ให้ผลิบานกับแสตมป์กลิ่นหอมรัญจวนใจที่ทุกคนตั้งตารอ เป็นภาพ “กุหลาบขาวบริสุทธิ์” แทนมิตรภาพและความสงบ พร้อมแต่งแต้มเทคนิคพิเศษ โดยการปั๊มดุนนูน เคลือบสปอตยูวี เพื่อเน้นให้ดอกกุหลาบมีมิติ สดใสโดดเด่นขึ้น เหมาะสำหรับเป็นสื่อแทนความรู้สึกที่เก็บไว้ได้นาน และราคาย่อมเยาว์ในแบบฉบับความรักพอเพียง
ในปีเดียวกัน ด้วยความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นอย่างล้นหลาม ไปรษณีย์ไทยได้จัดคอลเลคชั่นแสตมป์ส่วนตัวคู่กับแสตมป์รูปหัวใจ จัดทำขึ้นพิเศษเอาใจคู่รักคู่เลิฟโดยเฉพาะ ในฐานะสื่อแทนใจแบบพอเพียงด้วย “แสตมป์ดอกกุหลาบ 5 สี” ที่ผนึกบนซองจดหมาย หรือการ์ดอวยพรส่งความรู้สึกดีๆ ให้กันและกันได้
ในปี 2553 ไปรษณีย์ไทยได้ออกแบบแสตมป์สื่อรักเป็นลักษณะ แนวตั้งโชว์ก้านดอกและใบ ดอกกุหลาบสีแดงในแสตมป์ผลิตจากกำมะหยี่เนื้อนิ่ม และมีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ
ปี 2554 ไปรษณีย์ไทย ได้เปิดตัวแสตมป์ชุดสื่อแห่งความรักที่ไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้น เพื่อต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก 14 กุมภาวันวาเลนไทน์นี้ ด้วยแสตมป์ภาพช่อดอกกุหลาบ จัดวางเป็นรูปหัวใจในพื้นแบ็คกราวน์สีขาว และภาพกราฟิกลายเส้นรูปหัวใจดวงเล็กหลายดวง จัดวางเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ในพื้นแบ็คกราวน์สีชมพูเข้ม เคลือบกลิ่นหอมและสปอตยูวีลายเส้น ผู้ออกแบบคือ น.ส.มยุรี นาคนิศร
ประวัติแสตมป์ไทย
ย้อนหลังไปประมาณ 100 ปี การส่งข่าวสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต่อมามีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น จึงมีการจัดตั้งสถานกงสุลขึ้นในกรุงเทพฯ สถานกงสุลอังกฤษ ได้เริ่มการไปรษณีย์กับต่างประเทศขึ้นมา โดยการรับฝากหนังสือจากไทย ไปยังที่ทำการไปรษณีย์ที่สิงคโปร์ เพื่อส่งไปยังจุดหมายปลายทาง โดยใช้ตราไปรษณีย์นำมาจากสิงคโปร์ พิมพ์อักษรคำว่า “B” ลงบนตราไปรษณียากรนั้น แทนคำว่า “BANGKOK” ผนึกทับบนจดหมายหรือหนังสือเพื่อฝากส่งไปกับเรือพาณิชย์ แต่กิจการดังกล่าวได้ยกเลิกไปเมื่อเริ่มมีบริการไปรษณีย์ของสยามอย่างเป็น ทางการ
ระยะเดียวกับที่สถานกงสุลอังกฤษริเริ่มการไปรษณีย์กับต่าง ประเทศนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ และเจ้านายกลุ่มหนึ่งร่วมกันออก นสพ.รายวันชื่อข่าวราชการ ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจมาก จึงทำให้ต้องมีคนเดินส่งหนังสือแก่สมาชิกทุกเช้าจึงได้ทรงจัดพิมพ์ ตั๋วแสตมป์ เพื่อใช้เป็นค่าบริการส่งหนังสือพิมพ์ ต่อมาแสตมป์ได้ขยายไปถึง การเดินส่งจดหมายแก่สมาชิกด้วย โดยตั๋วแสตมป์ 1 ดวง แทนราคา 1 อัฐ แต่ตั๋วแสตมป์ดังกล่าวไม่มีตัวอักษร หรือเลขหมายบอกราคาไว้ ร. 5 ให้ทรงจัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ข้าราชการและราษฎร
การเตรียมการเพื่อก่อตั้งกิจการไปรษณีย์ได้เตรียมการล่วงหน้า 2 ปี งานภายในได้มีการร่างประกาศเรื่องการไปรษณีย์และข้อบังคับต่างๆ กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม จัดทำตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ไว้ใช้งาน จัดเตรียมสถานที่ตั้งที่ทำการไปรษณีย์ โดยกำหนดให้ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเหนือปากคลองโอ่งอ่าง เป็นที่ทำการของกรมไปรษณีย์ เรียกว่า “ไปรษณียาคาร” หรือสะกดตามอักษรในสมัยรัชกาลที่ 5 ว่า “ไปรสะนียาคาร”
วันที่ 4 ส.ค. 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนากิจการไปรษณีย์ นับเป็นครั้งแรกในบ้านเมืองเราที่ราษฎรสามารถส่งข่าวสารได้อย่างมีระบบและ สะดวกสบาย ทั้งนี้แสตมป์ชุดแรกของไทย “ชุดโสฬศ” ประกอบด้วยราคา 1 โสฬศ, 1 อัฐ, 1 เสี้ยว, ซีกหนึ่ง, สลึงหนึ่ง และเฟื้องหนึ่ง จัดพิมพ์ที่บริษัท Waterlow and Sons Ltd. ประเทศอังกฤษ จำนวนพิมพ์ชนิดราคาละ 5 แสนดวง เริ่มนำออกใช้วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2426 ในวันนั้นเนื่องจากแสตมป์ราคาเฟื้องหนึ่งส่งมาไม่ทัน กรมไปรษณีย์จึงงดใช้และนำมาจำหน่ายเพื่อการสะสมภายหลัง แสตมป์ชุดโสฬศ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์เบื้องซ้ายภายในวงกรอบรูปไข่ ตัวหนังสือและตัวเลขใช้อักษรและเลขไทยล้วน ด้านหลังไม่มีกาวและไม่มีลายน้ำ
ที่มา : ไทยรัฐ
Filed Under: ข่าวทั่วไป • ข่าวล่าสุด
About the Author:
