วท.เร่งแก้ปัญหาพลังงานนิวเคลียร์

นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยถึงกรณีโครงการศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์ จ.นครนายก ที่มีปัญหาทุจริตและมีการฟ้องร้องอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายมานานกว่า 10 ปี ว่า นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วท. เร่งแก้ปัญหาแล้ว โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทีมกฎหมายของกระทรวงและอัยการร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการฟ้องร้องบริษัท เจอเนอรัล อะตอมมิกส์ หรือบริษัทจีเอ บริษัทคู่กรณี ทั้งนี้ จะเสนอแนวทางกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เดือน พ.ย.นี้

นายวีระพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารและจัดซื้อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จำนวน 1 เครื่องที่ จ.นครนายก มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ วท.ได้มอบหมาย ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ขนาด 10 เมกะวัตต์ รวมทั้งศึกษาถึงความปลอดภัยและความคุ้มค่าที่ประเทศไทยจะได้รับจากเครื่อง ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎรแล้ว และเห็นควรให้เดินหน้าต่อไปและให้เพิ่มขนาดของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูจาก 10 เมกะวัตต์ เป็น 30 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาและราคาไม่แตกต่างกัน พร้อมๆกับให้มีการสะสางคดีความเก่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงต้องเร่งผลักดันโครงการดังกล่าวทั้งที่ยังติดปัญหาการทุจริตและยัง อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดี นายวีระพงษ์กล่าวว่า หากรอให้คดีความสิ้นสุดคาดว่าจะใช้เวลาหลายปีและทำให้ประเทศไทยสูญเสียราย ได้ปีละหมื่นล้านบาทในการนำเข้า พลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในกิจการต่างๆ เช่น การแพทย์หรือในอุตสาหกรรมอาหารและอัญมณี

ด้านนายสันติ โชคชัยชำนาญกิจ กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต กล่าวว่า การจะติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ไม่เหมาะสม รัฐบาลควรหาเทคโนโลยีทางเลือกอื่นทดแทน ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าและควรเร่งจัดการปัญหาคดีความที่ยืดเยื้อ เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเงินกว่า 2 พันล้านที่สูญเสียไป.

ที่มา     :     ไทยรัฐ

Filed Under: การศึกษาข่าวล่าสุด

Tags:

About the Author:

RSSComments (0)

Trackback URL

Comments are closed.