โปรแกรมบอลพรีเมียร์ลีก นัดคืนวันเสาร์ที่ 12-02-2011

ศึกพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 12 ก.พ. หวดกัน 8 คู่ 8 สนาม บิ๊กแมตช์หนีไม่พ้นดาร์บี้แมตช์ แมนเชสเตอร์  ระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังไล่บี้แย่งแชมป์กันชนิดหายใจรดต้นคอ รับประกันความมันหยดติ๋ง กันเลยทีเดียว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (แข่ง 19.45 น.)

ทีมจ่าฝูง ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งจะพลาดท่าปราชัยในลีกนัดแรกไปแล้ว ทำให้หยุดสถิติไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ที่ 24 นัดติดต่อกัน แต่ผลงานเกมลีกในบ้าน 5 นัดหลังสุดชนะรวด เกมดาร์บี้ แมตช์ แมนเชสเตอร์ นัดนี้ยังคงตั้งเป้า 3 แต้มแม้ว่าต้องพบกับคู่แข่งร่วมเมืองก็ตาม

พลพรรคปิศาจแดงหมดสิทธิ์ใช้งาน 2 กองหลัง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และจอนนี อีแวนส์ ที่เจ็บน่องกับข้อเท้าตามลำดับ เท่ากับว่าคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงต้องใช้งาน เนมันยา วิดิช กับคริส สมอลลิง ด้านปาร์ค จี ซอง มิดฟิลด์ห้องเครื่องน่าจะกลับมาลงสนามได้แล้ว หลังได้พักจากการกลับไปรับใช้ชาติในศึกเอเชียนคัพ ส่วนคู่กองหน้า เวย์น รูนีย์ พร้อมผนึกกำลังล่าตาข่ายกับดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ โดยมี นานี คอยกระชากลากเลื้อยสร้างสีสันตามเดิม

ทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 ตามหลังปิศาจแดง 5 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด หวังสูงที่จะบุกมาชนะในนัดนี้เพื่อลุ้นแชมป์และลดช่องว่างของคะแนนลงให้ได้ แม้ว่าจะยากเต็มทนก็ตามที โดยเฉพาะผลงานเกมเยือนในลีก 3 นัดหลังสุดยังไม่ชนะใครเลย

สำหรับความหวัง 3 แต้มในนัดนี้ของทีมเยือนอยู่ที่คู่หัวหอก คาร์ลอส เตเวซ และเอดิน เซโก ขณะที่มาริโอ บาโลเตลลี น่าจะลงไม่ได้เพราะยังเจ็บเข่าอยู่ เช่นเดียวกับไนเจล เดอ ยอง มิดฟิลด์พันธุ์ดุที่เจ็บข้อเท้า

นอกจาก นี้ 26 นัดหลังสุดในเกมลีกที่เรือใบยกทัพบุกมาเยือนคู่ปรับร่วมเมือง สามารถเก็บชัยชนะกลับบ้านได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เป็นบอลแพ้ทางกันเลยก็ว่าได้

อาร์เซนอล-วูล์ฟแฮมป์ตัน    สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม (22.00 น.)

ทีมรองจ่าฝูง อาร์เซนอล กลับมาเล่นในรังตัวเองอีกครั้ง หลังจากนัดก่อนยังมึนไม่หายที่นำ 4-0 แต่ถูกนิวคาสเซิลไล่ตีเสมอเหลือเชื่อแต่ผลงานในบ้าน 5 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร ชนะถึง 4 นัด ซึ่งถ้าหวังลุ้นแชมป์ก็ต้องชนะสถานเดียว เพราะคู่แข่งแค่ทีมรองบ๊วยที่เพิ่งโค่นทีมจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้เท่านั้น

นัดนี้ปืนใหญ่ไม่มีอาบู ดิอาบี้ ที่โดนพักแข้ง 3 นัด หลังจากถูกใบแดงไล่ออกในนัดก่อน ขณะที่อเลกซ์ ซง กับโยฮัน โชรู ต้องรอทดสอบความฟิตเพราะยังมีอาการเจ็บรบกวนเล็กน้อย ส่วนโทมัส โรซิคกี้ และซาเมียร์ นาสรี ลงไม่ได้แน่นอน คงต้องฝากความหวังไว้ที่กัปตันทีม เชส ฟาเบรกัส และโรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ที่กลับมาระเบิดฟอร์มอีกครั้งแล้ว

ฝูงหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมรองบ๊วย เพิ่งสร้างความฮือฮาด้วยการล้มปิศาจแดงมาในนัดก่อน แต่ผลงาน 5 นัดหลังสุดที่ออกไปเยือนในเกมลีก ชนะครั้งเดียว ที่เหลือพ่ายเรียบ นัดนี้กุนซือมิค แม็คคาร์ธีย์ ยังไว้ใจลูกทีมชุดเดิมกับที่ชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในนัดก่อน เพราะไม่มีปัญหานักเตะเจ็บหรือติดโทษห้ามแข่งเลย ขณะที่เจมี โอฮารา แข้งใหม่ที่เข้ามาเสริมทีม อาจเป็นตัวสอดแทรกได้เช่นกัน

เบอร์มิงแฮม-สโต๊ค    สนาม : เซนต์ แอนดรูว์ส (22.00 น.)

ขุนพลตราลูกโลก เบอร์มิงแฮม ทีมอันดับ 16 เล่นในรังตัวเองนัดนี้ ต้องชนะสถานเดียวเพื่อหนีการตกชั้น นัดนี้ยังต้องลุ้นอาการเจ็บของนายทวาร เบน ฟอสเตอร์ ว่าจะฟิตทันลงเฝ้าเสาหรือไม่ ขณะที่โอบาเฟมี มาร์ตินส์ ดาวยิงที่ยืมตัวมาก็น่าจะลงตัวจริงได้แล้ว เพราะได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว

แข้งปั้นหม้อ สโต๊ค ทีมอันดับ 9 ฟอร์มนอกบ้าน 3 นัดหลังสุดในเกมลีกพ่ายรวด นัดนี้ ริคาร์โด ฟุลเลอร์ ดาวยิงผิวสีน่าจะมีชื่อลงตัวจริง นอกนั้นทีมไม่มีปัญหานักเตะเจ็บเพิ่มเลย

แบล็คเบิร์น-นิวคาสเซิล    สนาม : อีวูด พาร์ค (22.00 น.)

ขุนพลกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น ทีมอันดับ 11 ไม่ชนะใคร 3 นัดหลังสุด ฟอร์มในบ้านก็ไม่สู้ดีนัก นัดนี้เล่นในถิ่นตัวเอง เตรียมส่ง โรเก ซานตา ครูซ ดาวยิงตัวใหม่แต่หน้าเก่าที่ยืมตัวมาลงเล่นนัดแรกได้เลย เพราะหายเจ็บโคนขาหนีบแล้วส่วนฟิล โจนส์ ลงไม่ได้เช่นกัน

พลพรรคสาลิกาดง นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 10 ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมา 5 นัดติดแล้ว ขณะที่เกมลีกนอกบ้าน ชนะนัดเดียวจาก 5 นัดหลังสุด นัดนี้ทีมเยือนเตรียมส่งเชฟกี้ คูกี้ อดีตหัวหอกกุหลาบไฟเตรียมลงพบทีมเก่า หลังจากถูกยืมตัวมาล่าสุด และพร้อมลงสนามเลย ส่วนลีออน เบสท์ และนีล เรนเจอร์ รอทดสอบความฟิต

แบล็คพูล-แอสตัน วิลลา    สนาม : บลูมฟิลด์ โรด (22.00 น.)

ทีมน้องใหม่ แบล็คพูล หล่นมาอยู่อันดับ 15 แล้ว หลังจากพ่ายรวด 5 นัดล่าสุดในเกมลีก นัดนี้เล่นในถิ่นตัวเองต้องหวังชัยชนะเท่านั้น แต่ตอนนี้เหลือใช้งานนายทวารเพียงคนเดียวคือ ริชาร์ด คิงสัน ส่วนพอล ราชุบกา เจ็บเข่า ลงไม่ได้แน่นอน

ขุนพลสิงห์ผยอง วิลลา ทีมอันดับ 14 ฟอร์มยังกระท่อนกระแท่น นัดนี้ออกไปเยือนอาจต้องลุ้นเหนื่อยเรื่องแบ่งแต้ม แต่กับฟอร์มล่าสุดของดาร์เรน เบนท์ และแอชลีย์ ยัง อาจทำให้ทีมเยือนบุกมาเก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้ง่ายกว่าที่คิด ขณะที่ไมเคิล แบร็ดลีย์ ก็พร้อมลงตัวจริงเช่นกัน

ลิเวอร์พูล-วีแกน    สนาม : แอนฟิลด์ (22.00 น.)

หงส์แดง ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ ผลงาน 5 นัดหลังสุดในลีกยังไม่แพ้ใคร จนขยับมาอยู่อันดับ 6 แล้ว นัดนี้เล่นในรังตัวเอง ยังต้องรอลุ้นอาการเจ็บโคนขาหนีบของกัปตันทีม สตีเวน เจอร์ราร์ด ว่าจะฟิตทันลงสนามได้หรือไม่ ส่วนที่อาการ 50-50 มีอีก 2 รายคือมาร์ติน เคลลี และมาร์ติน สเคอร์เทล ๘ระที่จอนโจ เชลวี พักยาว 3 เดือนไปแล้วเพราะเอ็นเข่าฉีก ทางด้านหลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย มีโอกาสลงตัวจริงนัดแรกในลีกค่อนข้างสูง

ทีมเยือน วีแกน ฟอร์มแย่จนร่วงมาอยู่ที่ 18 แล้ว นัดนี้แกรี คัลด์เวลล์ กองหลังตัวหลักอาจต้องสวมหน้ากากลงสนามเพื่อป้องกันโหนกแก้มที่แตก ส่วนเจมส์ แม็คคาร์ธีย์ มิดฟิลด์ไอริช เจ็บข้อเท้าเล็กน้อย มีลุ้นลงช่วยทีมได้

เวสต์บรอมวิช-เวสต์แฮม สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ (22.00 น.)

เจ้าถิ่น เวสต์บรอมวิช ทีมอันดับ 17 ได้เล่นในถิ่นตัวเองนัดนี้ต้องชนะเท่านั้นเพื่อโกยแต้มหนีการตกชั้น แม้ว่าพวกเขาจะแต่งตั้ง รอย ฮอดจ์สัน เข้ามาคุมทีมแล้ว แต่นัดนี้ยังไม่คุมเต็มตัว ทีมจะได้ 2 แข้งหลักกลับมาช่วยทีมทันเวลาพอดี นั่นคือ เกรแฮม ดอร์รันส์ และมาเร็ค เช็ก

พลพรรคขุนค้อน เวสต์แฮม ยังจมอยู่บ๊วย โอกาสตกชั้นสูงมากกว่าทีมอื่นแล้ว นัดนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน 2 กองหลังตัวหลักที่เจ็บคือ แม็ทธิว อัพสัน และเจมส์ ทอมกินส์ ส่วนร็อบบี้ คีน ดาวยิงไอริช รอทดสอบความฟิต เพราะเจ็บน่อง

ซันเดอร์แลนด์-สเปอร์ส    สนาม : สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ (00.30 น.)

แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 7 เล่นในรังตัวเองนัดนี้ ยังต้องรอลุ้นอาการเจ็บเข่าของเคร็ก กอร์ดอน นายทวารมือ 1 ส่วนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ดาวรุ่งตัวจี๊ดอาจหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเพราะเจ็บโคนขาหนีบและเอ็นหลังหัวเข่า

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ทีมอันดับ 5 หมดสิทธิ์ใช้งานตัวเก่งอย่างเกเร็ธ เบล, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท และปีเตอร์ เคราช์ ที่นัดกันเจ็บทั้งหมด นัดนี้คงต้องพึ่งฟอร์มทำประตูของเจอร์เมน เดโฟ เท่านั้น

ที่มา     :     ไทยรัฐ

Filed Under: กีฬาข่าวล่าสุด

Tags:

About the Author:

RSSComments (0)

Trackback URL

Comments are closed.