<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวไทยค่ะ Thaika News &#187; การศึกษา</title>
	<atom:link href="http://news.thaika.com/category/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://news.thaika.com</link>
	<description>เว็บข่าวทันเหตุการณ์</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 Feb 2011 05:53:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ตุ๊กแกตาหวาน น็อบ เทล เก๊คโค สัตว์เลี้ยงจากทวีปแอฟริกา</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 00:12:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[Knob-Tail Gecko]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ตุ๊กแกตาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลทรายซาฮาร่า]]></category>
		<category><![CDATA[น็อบ เทล เก๊คโค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1133</guid>
		<description><![CDATA[หากเอ่ยถึง  &#8220;ตุ๊กแก&#8221;  หลายคนคงนึกไปถึงราคาซื้อ ขาย  กับสถานที่พวกมันชื่นชอบอยู่  นั่นคือตามผนังซอก มุมมืด แต่ ใช่ว่า&#8230;ทุกสายพันธุ์จะใช้วิถีชีวิตในแบบฉบับเดียวกัน เพราะยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่นชอบการ &#8220;ยืนด้วยลำแข้ง&#8221; จะออกดักเหยื่อตามผืนดินทราย และมันก็คือ &#8220;น็อบ เทล เก๊คโค&#8221; หรือที่บางคนในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ แปลกบอกว่ามันเป็น &#8220;ตุ๊กแกตาหวาน&#8221; &#8220;น็อบ เทล เก๊คโค&#8221; (Knob-Tail Gecko) มีถิ่นฐานกำเนิดอยู่แถว ทะเลทรายซาฮาร่า ทวีปแอฟริกา พวกมันจัดอยู่ในตระกูลตุ๊กแก ซึ่งชนิดนี้มีอยู่หลายสายพันธุ์หลายแบบมาก แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันออกไป  อาทิ  สายพันธุ์  levis  occidentalis  เป็น ตุ๊กแกตาหวานที่มีผิวหนังเรียบ หางยาวปานกลางแต่แบนกว้างคล้ายใบโพธิ์ สายพันธุ์ laevissimus มีผิวหนังเรียบเช่นกัน แต่หางเรียวสั้น มีโทนสีจาง แต่มีเส้นพาดสีเข้มบริเวณส่วนหัวและโคนหาง ส่วนสายพันธุ์ deleani หางเรียวเป็นปล้องถี่ยาวสมส่วน เด่นที่ริ้วยาวสีม่วงเข้มและสีขาวที่พาดสลับไปมาบนลำตัวสีน้ำตาลเข้ม โดยสภาพแวดล้อมที่พวกมันชอบอาศัยอยู่จะเป็นแถบทะเลทราย โขดหิน ขุดโพรงฝังตัวอยู่ตามพื้นทราย เพื่อเป็นที่ซ่อนตัวไว้ใช้ดักจับเหยื่ออย่างแมลงเล็กๆกินเป็นอาหาร &#8230;แต่ ถ้าอยู่อย่าง  &#8220;สัตว์เลี้ยงแสนรัก&#8221;  หากต้องการให้มันมีอายุที่ยาวนานซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/Knob-tail-gecko.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1134" title="Knob-tail-gecko" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/Knob-tail-gecko-300x215.jpg" alt="" width="300" height="215" /></a></p>
<p>หากเอ่ยถึง  &#8220;ตุ๊กแก&#8221;  หลายคนคงนึกไปถึงราคาซื้อ ขาย  กับสถานที่พวกมันชื่นชอบอยู่  นั่นคือตามผนังซอก มุมมืด</p>
<p>แต่ ใช่ว่า&#8230;ทุกสายพันธุ์จะใช้วิถีชีวิตในแบบฉบับเดียวกัน เพราะยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่นชอบการ &#8220;ยืนด้วยลำแข้ง&#8221; จะออกดักเหยื่อตามผืนดินทราย และมันก็คือ &#8220;น็อบ เทล เก๊คโค&#8221; หรือที่บางคนในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ แปลกบอกว่ามันเป็น &#8220;ตุ๊กแกตาหวาน&#8221;</p>
<p>&#8220;น็อบ เทล เก๊คโค&#8221; (Knob-Tail Gecko) มีถิ่นฐานกำเนิดอยู่แถว ทะเลทรายซาฮาร่า ทวีปแอฟริกา พวกมันจัดอยู่ในตระกูลตุ๊กแก ซึ่งชนิดนี้มีอยู่หลายสายพันธุ์หลายแบบมาก แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันออกไป  อาทิ  สายพันธุ์  levis  occidentalis  เป็น ตุ๊กแกตาหวานที่มีผิวหนังเรียบ หางยาวปานกลางแต่แบนกว้างคล้ายใบโพธิ์</p>
<p>สายพันธุ์ laevissimus มีผิวหนังเรียบเช่นกัน แต่หางเรียวสั้น มีโทนสีจาง แต่มีเส้นพาดสีเข้มบริเวณส่วนหัวและโคนหาง ส่วนสายพันธุ์ deleani หางเรียวเป็นปล้องถี่ยาวสมส่วน เด่นที่ริ้วยาวสีม่วงเข้มและสีขาวที่พาดสลับไปมาบนลำตัวสีน้ำตาลเข้ม โดยสภาพแวดล้อมที่พวกมันชอบอาศัยอยู่จะเป็นแถบทะเลทราย โขดหิน ขุดโพรงฝังตัวอยู่ตามพื้นทราย เพื่อเป็นที่ซ่อนตัวไว้ใช้ดักจับเหยื่ออย่างแมลงเล็กๆกินเป็นอาหาร</p>
<p>&#8230;แต่ ถ้าอยู่อย่าง  &#8220;สัตว์เลี้ยงแสนรัก&#8221;  หากต้องการให้มันมีอายุที่ยาวนานซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ปี สถานที่อยู่อาศัยของมัน พื้นควรปูด้วยทรายอย่างหนา มีขอนไม้ประดับเพื่อให้มันแอบซ่อนตัว ในช่วงกลางวันควรจัดไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น ส่วนเวลากลางคืนพวกมันจะชอบอากาศที่เย็นสบาย&#8230;</p>
<p>สำหรับนิสัย &#8220;ตาหวาน&#8221; จะเชื่อง หากมีความคุ้นเคยกับเจ้านาย (คนเลี้ยง) ในยามค่ำคืนมักชอบปีนป่ายตามมือเพื่อทำความคุ้นเคย ซึ่งผู้เลี้ยงต้องระแวดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมันพลัดตกโดยเฉพาะใน &#8220;ที่สูง&#8221;  ก็มีผลทำให้มัน &#8220;สิ้น&#8221; ลมหายใจได้ เมื่อโตเต็มวัยวัดความยาวตั้งแต่ปากถึงหางอยู่ที่ 4-6 นิ้ว ตามธรรมชาติ พวกมันจะชอบแยกอยู่แบบโดดเดี่ยว ในอาณาบริเวณ ช่วงนี้หากพวกเดียวกันบุกรุก มันจะต่อสู้กัดอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ถ้าถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ถึงจะเริ่มเปิดกว้างต้อนรับสมาชิก</p>
<p>&#8230;และ ถ้าเวลาที่มันหิวและถึงเวลาเขมือบเหยื่อลงท้อง หางจะส่ายไปมา  โดยเฉพาะช่วงขณะที่เล็งเหยื่อ  ซึ่งอากัปกิริยานี้ บางคนบอกว่าคล้ายกับแมวส่ายหางเวลาที่มันเห็นเหยื่อ&#8230;</p>
<p>ด้วยเพราะ ความแปลกที่แอบแฝงไปด้วยแววตาออดอ้อน  ที่แล้ว แต่มุมมองของแต่ละบุคคล ส่งให้ในช่วงราวแปดเก้าปีก่อนนั้น น็อบ เทลฯได้รับความนิยมอย่างมากในแถบฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และก็หนีไม่พ้นความพิสมัยชื่นชอบในหมู่ผู้เพาะเลี้ยงคนไทยด้วยเช่นกัน ส่งผลให้พวกมันเริ่มเข้ามา &#8220;ไต่กระตุกต่อม&#8221; ความอยากได้มีไว้ครอบครองช่วงปลายปี49</p>
<p>โดยที่ขณะนั้นสนนราคาซื้อขาย ต่อตัวก็เทียบเท่ากับมูลค่าของทองคำน้ำหนักหนึ่งบาทในขณะนี้ทีเดียวเชียว จนกระทั่งกลุ่มผู้เลี้ยงในบ้านเราสามารถเพาะขยายพันธุ์ ได้แล้วนั่นเอง จึงทำให้ราคาค่าตัวมันเริ่มลดลงมา</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังเริ่มหันมาให้ ความสนใจ &#8220;ตา หวาน&#8221; หรือสัตว์แปลกทั้งจากต่างแดน หรือสายพันธุ์ในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดขนาดเล็กใหญ่ หรือชนิดไหนก็ตาม ทางที่ดีก่อนตัดสินใจเลี้ยง ต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเวลาให้พวกมันมากน้อยเพียงใด เพราะไม่อย่างนั้นซักวันมันอาจต้อง &#8220;ระเหเร่ร่อน&#8221; ไปใช้ชีวิตตามลำพัง</p>
<p>ที่เวลานี้บางชนิดมันเริ่มทำลายระบบนิเวศน์ ในบ้านเราให้เข้าแล้ว!!!!!&#8230;</p>
<p>ที่มา     :    <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/109079" target="_blank"> ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วท.เร่งแก้ปัญหาพลังงานนิวเคลียร์</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%a7%e0%b8%97-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%a7%e0%b8%97-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 00:13:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานนิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1120</guid>
		<description><![CDATA[นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยถึงกรณีโครงการศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์ จ.นครนายก ที่มีปัญหาทุจริตและมีการฟ้องร้องอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายมานานกว่า 10 ปี ว่า นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วท. เร่งแก้ปัญหาแล้ว โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทีมกฎหมายของกระทรวงและอัยการร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการฟ้องร้องบริษัท เจอเนอรัล อะตอมมิกส์ หรือบริษัทจีเอ บริษัทคู่กรณี ทั้งนี้ จะเสนอแนวทางกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เดือน พ.ย.นี้ นายวีระพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารและจัดซื้อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จำนวน 1 เครื่องที่ จ.นครนายก มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ วท.ได้มอบหมาย ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ขนาด 10 เมกะวัตต์ รวมทั้งศึกษาถึงความปลอดภัยและความคุ้มค่าที่ประเทศไทยจะได้รับจากเครื่อง ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎรแล้ว และเห็นควรให้เดินหน้าต่อไปและให้เพิ่มขนาดของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูจาก 10 เมกะวัตต์ เป็น 30 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาและราคาไม่แตกต่างกัน พร้อมๆกับให้มีการสะสางคดีความเก่า ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงต้องเร่งผลักดันโครงการดังกล่าวทั้งที่ยังติดปัญหาการทุจริตและยัง อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดี นายวีระพงษ์กล่าวว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/4201.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1121" title="420" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/4201-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a></p>
<p>นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยถึงกรณีโครงการศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์ จ.นครนายก ที่มีปัญหาทุจริตและมีการฟ้องร้องอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายมานานกว่า 10 ปี ว่า นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วท. เร่งแก้ปัญหาแล้ว โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทีมกฎหมายของกระทรวงและอัยการร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการฟ้องร้องบริษัท เจอเนอรัล อะตอมมิกส์ หรือบริษัทจีเอ บริษัทคู่กรณี ทั้งนี้ จะเสนอแนวทางกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เดือน พ.ย.นี้</p>
<p>นายวีระพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารและจัดซื้อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จำนวน 1 เครื่องที่ จ.นครนายก มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ วท.ได้มอบหมาย ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ขนาด 10 เมกะวัตต์ รวมทั้งศึกษาถึงความปลอดภัยและความคุ้มค่าที่ประเทศไทยจะได้รับจากเครื่อง ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎรแล้ว และเห็นควรให้เดินหน้าต่อไปและให้เพิ่มขนาดของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูจาก 10 เมกะวัตต์ เป็น 30 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาและราคาไม่แตกต่างกัน พร้อมๆกับให้มีการสะสางคดีความเก่า</p>
<p>ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงต้องเร่งผลักดันโครงการดังกล่าวทั้งที่ยังติดปัญหาการทุจริตและยัง อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดี นายวีระพงษ์กล่าวว่า หากรอให้คดีความสิ้นสุดคาดว่าจะใช้เวลาหลายปีและทำให้ประเทศไทยสูญเสียราย ได้ปีละหมื่นล้านบาทในการนำเข้า พลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในกิจการต่างๆ เช่น การแพทย์หรือในอุตสาหกรรมอาหารและอัญมณี</p>
<p>ด้านนายสันติ โชคชัยชำนาญกิจ กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต กล่าวว่า การจะติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ไม่เหมาะสม รัฐบาลควรหาเทคโนโลยีทางเลือกอื่นทดแทน ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าและควรเร่งจัดการปัญหาคดีความที่ยืดเยื้อ เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเงินกว่า 2 พันล้านที่สูญเสียไป.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/108920" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%a7%e0%b8%97-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มหิดลตั้งเป้าเด็กเลือกเข้าเรียนเป็นอันดับหนึ่ง</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 23:31:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเรียนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ม.มหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยอันดับ 1]]></category>
		<category><![CDATA[อันดับที่หนึ่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1070</guid>
		<description><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล  ตั้งเป้า เป็นมหาวิทยาลัยที่เด็กไทยเลือกเข้าเรียนอันดับที่หนึ่ง ยันเก็บค่าเรียนต่ำกว่าทุกแห่ง&#8230; ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวแนวทางการพัฒนา ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของ ม.มหิดล วิทยาเขตศาลายา ว่า ปีนี้ ม.มหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 28 ของเอเชีย จากการจัดอันดับของ Quacquareli Symonds Asian University Rankings โดยมีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงทั่วโลกมากมาย แม้จะนำมหาวิทยาลัยสู่ระดับสากล แต่ก็ยังมุ่งหวังที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่เด็กไทยเลือกเข้ามาศึกษาเป็นอันดับ หนึ่งหรือ University of Choice จึงได้เร่งพัฒนาคุณภาพวิชาการ การเรียนการสอน งานวิจัย การบริการชุมชน การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยจะเข้าไปร่วมทำวิจัยกับชุมชน และระดมองค์ความรู้ทุกคณะวิชาเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างเป็น ระบบ อธิการบดี ม.มหิดล กล่าวต่อไปว่า สำหรับค่าเล่าเรียนของนักศึกษานั้น หากเทียบคณะเดียวกันกับมหาวิทยาลัยอื่น ม.มหิดล เก็บในอัตราที่ต่ำกว่าทุกแห่ง เนื่องจากใช้เงินรายได้ที่ได้มาจากการนำงานวิจัยไปหารายได้ ซึ่งแต่ละปี ม.มหิดล ได้รับงบประมาณแผ่นดินร้อยละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/mahidol.gif"><img class="aligncenter size-full wp-image-1071" title="mahidol" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/mahidol.gif" alt="" width="295" height="299" /></a></p>
<p>มหาวิทยาลัยมหิดล  ตั้งเป้า เป็นมหาวิทยาลัยที่เด็กไทยเลือกเข้าเรียนอันดับที่หนึ่ง ยันเก็บค่าเรียนต่ำกว่าทุกแห่ง&#8230;</p>
<p>ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวแนวทางการพัฒนา ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของ ม.มหิดล วิทยาเขตศาลายา ว่า ปีนี้ ม.มหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 28 ของเอเชีย จากการจัดอันดับของ Quacquareli Symonds Asian University Rankings โดยมีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงทั่วโลกมากมาย แม้จะนำมหาวิทยาลัยสู่ระดับสากล แต่ก็ยังมุ่งหวังที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่เด็กไทยเลือกเข้ามาศึกษาเป็นอันดับ หนึ่งหรือ University of Choice จึงได้เร่งพัฒนาคุณภาพวิชาการ การเรียนการสอน งานวิจัย การบริการชุมชน การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยจะเข้าไปร่วมทำวิจัยกับชุมชน และระดมองค์ความรู้ทุกคณะวิชาเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างเป็น ระบบ</p>
<p>อธิการบดี ม.มหิดล กล่าวต่อไปว่า สำหรับค่าเล่าเรียนของนักศึกษานั้น หากเทียบคณะเดียวกันกับมหาวิทยาลัยอื่น ม.มหิดล เก็บในอัตราที่ต่ำกว่าทุกแห่ง เนื่องจากใช้เงินรายได้ที่ได้มาจากการนำงานวิจัยไปหารายได้ ซึ่งแต่ละปี ม.มหิดล ได้รับงบประมาณแผ่นดินร้อยละ 30 ที่เหลืออีกร้อยละ 70 เป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเอง ส่วนงานวิจัยนั้น ม.มหิดล ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่น่าสังเกตว่า การพิจารณางบ ประมาณรายจ่ายประจำปี งบฯที่ถูกตัดออกเป็นอันดับแรกคืองบฯวิจัย แล้วเราก็นำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้ว งานวิจัยของมหาวิทยาลัยช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาประเทศให้มั่นคง ได้.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/108010" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคร้ายภัยที่มากับหน้าฝน</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2010 23:32:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ปอดบวม]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยหน้าฝน]]></category>
		<category><![CDATA[หมอเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=841</guid>
		<description><![CDATA[หมอเด็กเตือน&#8221;ปอดบวม&#8221;ระบาดหน้าหนาว สาเหตุสำคัญเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ชี้เชื้อแรงป่วยแค่ 2-3 วันมีสิทธิตายได้ คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละ 2 ล้านคน แนะพ่อแม่เอาใจใส่&#8230;.. เมื่อ วันที่ 16 ส.ค.นพ.สรศักดิ์ โล่ห์จินดารัตน์ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าหน่วยระบบหายใจและไอซียู สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงหน้าฝน อากาศชื้นและเย็น สิ่งที่จะตามมา คือ อาการเจ็บป่วยของเด็กเล็กพบได้บ่อย โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจในเด็กเล็ก เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคปอดบวม ก็เป็นอีกโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กในช่วงฤดูฝนนี้ นอกจากจะเกิดการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปอดแล้ว ยังเป็นโรคฉวยโอกาสที่คอยผสมโรงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ทำให้ติดเชื้อรุนแรงขึ้น และรักษาได้ยากขึ้น โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และเด็กที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เพราะภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงพอ “สาเหตุ สำคัญของโรคปอดบวมเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งหากเกิดจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วันหากดูแลรักษาร่างกายอย่างถูกวิธี ส่วนเชื้อแบคทีเรียจะมีอาการรุนแรงกว่าเกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ที่อาศัยอยู่ชุกในโพรงจมูก และเยื่อบุคอหอยของเด็ก ซึ่งมีการดำเนินของโรคสั้นมากเพียง 2-3 วัน โดยเชื้อดังกล่าวจะเข้าไปทำลายเนื้อปอด ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/RN.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-842" title="RN" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/RN-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>หมอเด็กเตือน&#8221;ปอดบวม&#8221;ระบาดหน้าหนาว สาเหตุสำคัญเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ชี้เชื้อแรงป่วยแค่ 2-3 วันมีสิทธิตายได้ คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละ 2 ล้านคน แนะพ่อแม่เอาใจใส่&#8230;..</p>
<p>เมื่อ วันที่ 16 ส.ค.นพ.สรศักดิ์ โล่ห์จินดารัตน์ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าหน่วยระบบหายใจและไอซียู สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงหน้าฝน อากาศชื้นและเย็น สิ่งที่จะตามมา คือ อาการเจ็บป่วยของเด็กเล็กพบได้บ่อย โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจในเด็กเล็ก เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคปอดบวม ก็เป็นอีกโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กในช่วงฤดูฝนนี้ นอกจากจะเกิดการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปอดแล้ว ยังเป็นโรคฉวยโอกาสที่คอยผสมโรงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ทำให้ติดเชื้อรุนแรงขึ้น และรักษาได้ยากขึ้น โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และเด็กที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เพราะภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงพอ</p>
<p>“สาเหตุ สำคัญของโรคปอดบวมเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งหากเกิดจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วันหากดูแลรักษาร่างกายอย่างถูกวิธี ส่วนเชื้อแบคทีเรียจะมีอาการรุนแรงกว่าเกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ที่อาศัยอยู่ชุกในโพรงจมูก และเยื่อบุคอหอยของเด็ก ซึ่งมีการดำเนินของโรคสั้นมากเพียง 2-3 วัน โดยเชื้อดังกล่าวจะเข้าไปทำลายเนื้อปอด ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายได้ ทำให้ขาดออกซิเจน และอาจเสียชีวิตในที่สุด” รศ.คลินิค นพ.สรศักดิ์ กล่าว และเสริมว่า ดังนั้นหากฤดูฝนนี้ลูกน้อยเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แม้เพียงเล็กน้อย พ่อแม่อย่านิ่งนอนใจ ควรต้องเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเป็นโรคปอดบวม เพราะจากสถิติพบว่าโรคปอดบวมยังคงเป็นโรคที่คร่าชีวิตเด็กเล็กมากที่สุดใน โลก ถึงร้อยละ 20 หรือคิดเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านคน จากจำนวนเด็กเล็กที่เสียชีวิตทั่วโลกในแต่ละปี</p>
<p>“จากสถิติการเสีย ชีวิตที่น่า กลัวข้างต้นแล้ว โรคปอดบวมยังก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงที่พิการอีกด้วย ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรค ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด ได้แก่ การให้ทารกดื่มนมแม่ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่แออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือโรงภาพยนตร์ เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัคซีนใหม่ๆ ที่ช่วยป้องกันโรคปอดบวม เช่นวัคซีนไอพีดี ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน ช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคปอดบวม และโรคติดเชื้อร้ายแรงต่างๆ ได้ แต่วัคซีนดังกล่าวยังคงเป็นวัคซีนทางเลือก ที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องพิจารณาฉีดให้บุตรหลานด้วยตนเอง” รศ.คลินิค นพ.สรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ที่มา     :     ไ<a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/104128" target="_blank">ทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคฉี่หนู ภัยที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Aug 2010 03:37:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนตก]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าฝน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฉี่หนู]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเลปโตสไปโรซีส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=817</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;หน้าฝน&#8221; ทีไร สาธารณสุขจังหวัดต่างๆ ก็เร่งออกเตือนเกษตรกรในพื้นที่ให้ ระวัง &#8220;โรคฉี่หนู&#8221; เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ มักจะเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องลุยน้ำ หรือโคลน เพื่อทำการเพาะปลูก ทำให้คนเมืองอย่างเราประมาทกับโรคชนิดนี้&#8230; นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ ให้ข้อมูลว่า &#8220;โรคฉี่หนู&#8221; หรือ &#8220;โรคเลปโตสไปโรซีส&#8221; เป็นโรคประเภทที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่มนุษย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งพาหะของโรคนั้น ไม่ได้พบเฉพาะใน &#8220;หนู&#8221; เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถพบได้ในสัตว์อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระรอก วัว ควาย หมา แมว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ฯลฯ แต่เพราะเชื้อนี้ถูกพบมากในหนู และฉี่ของหนู จึงเป็นที่มาของชื่อ &#8220;ฉี่หนู&#8221; ไปโดยปริยาย สัตว์เหล่านี้จะเก็บเชื้อโรคไว้ในไต และปล่อยเชื้อออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งภาวะการระบาดของเชื้อ จะมีมากในช่วงหน้าฝน แต่ก็สามารถพบได้ประปรายตลอดปี โรคฉี่หนู &#8220;ใครๆ ก็เป็นได้&#8221; สัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ และหนู ไม่ใช่ &#8220;น้องหนู&#8221; ฉะนั้น มันจึงไม่รู้ว่าควรปัสสาวะในห้องน้ำ แต่มันจะปัสสาวะโดยไม่เลือกพื้นที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/RAT.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-818" title="RAT" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/RAT-300x207.jpg" alt="" width="300" height="207" /></a></p>
<p>&#8220;หน้าฝน&#8221; ทีไร สาธารณสุขจังหวัดต่างๆ ก็เร่งออกเตือนเกษตรกรในพื้นที่ให้ ระวัง &#8220;โรคฉี่หนู&#8221; เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ มักจะเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องลุยน้ำ หรือโคลน เพื่อทำการเพาะปลูก ทำให้คนเมืองอย่างเราประมาทกับโรคชนิดนี้&#8230;</p>
<p>นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ ให้ข้อมูลว่า &#8220;โรคฉี่หนู&#8221; หรือ &#8220;โรคเลปโตสไปโรซีส&#8221; เป็นโรคประเภทที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่มนุษย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งพาหะของโรคนั้น ไม่ได้พบเฉพาะใน &#8220;หนู&#8221; เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถพบได้ในสัตว์อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระรอก วัว ควาย หมา แมว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ฯลฯ แต่เพราะเชื้อนี้ถูกพบมากในหนู และฉี่ของหนู จึงเป็นที่มาของชื่อ &#8220;ฉี่หนู&#8221; ไปโดยปริยาย สัตว์เหล่านี้จะเก็บเชื้อโรคไว้ในไต และปล่อยเชื้อออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งภาวะการระบาดของเชื้อ จะมีมากในช่วงหน้าฝน แต่ก็สามารถพบได้ประปรายตลอดปี</p>
<p>โรคฉี่หนู &#8220;ใครๆ ก็เป็นได้&#8221;</p>
<p>สัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ และหนู ไม่ใช่ &#8220;น้องหนู&#8221; ฉะนั้น มันจึงไม่รู้ว่าควรปัสสาวะในห้องน้ำ แต่มันจะปัสสาวะโดยไม่เลือกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่จุดที่มีป้าย &#8220;ห้ามฉี่&#8221; ถ้าจะถามว่าใครเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้บ้าง ก็ต้องบอกว่า &#8220;ทุกคน&#8221; เข้าข่าย &#8220;กลุ่มเสี่ยง&#8221; ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสาวออฟฟิศ หนุ่มแบงก์ เศรษฐีพันล้าน นักกีฬา เกษตรกร นักท่องเที่ยว ฯลฯ เพราะเชื้อชนิดนี้จะพบได้ตามแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม ถนน ตรอก ซอยที่มีน้ำท่วมขัง โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายเมื่อสัมผัสกับน้ำที่มีเชื้อโรคชนิดนี้อยู่ ยิ่งถ้ามีบาดแผลเชื้อเหล่านี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น</p>
<p>เชื้อ &#8220;เลปโตสไปโรซีส&#8221; จะมีลักษณะเป็นเหมือนสว่าน  ชอนไชได้ง่ายผ่านบริเวณที่เป็นเยื่อเมือก อย่างโพรงจมูก เยื่อบุตา ทวารหนัก บาดแผลตามร่างกาย บาดแผลภายในปาก และเมื่อตัวเปื่อย เพราะแช่น้ำเป็นเวลานาน</p>
<p>อาการหลังได้รับเชื้อ</p>
<p>ผู้ร้าย จะเผยตัวเมื่อใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันในร่างกาย หากร่างกายอ่อนแอ หรือมีภาวะเป็นโรค อย่าง เบาหวาน เอดส์  อาการของโรคก็อาจแสดงให้เห็นได้เร็ว แต่โดยปกติแล้ว เชื้อนี้จะมีระยะฟักตัวประมาณ 10 วัน</p>
<p>อาการที่ปรากฏจะคล้ายกับบุคคล ที่ได้รับเชื้อหวัด 2009 โดยจะมีไข้สูง เป็นหวัด ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ในบางรายอาจมีอาการคล้ายคนเป็นดีซ่าน ตาเหลือง ตัวเหลือง</p>
<p>แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราเป็นโรคฉี่หนู หรือว่า หวัด 2009 กันแน่</p>
<p>มี วิธีทดสอบเบื้องต้นง่ายๆ คือ  ให้บีบเบาๆ บริเวณน่องขา หรือว่าเอ็นร้อยหวายที่ข้อเท้า หากบีบเบาๆ แต่เจ็บจี๊ดขึ้นสมอง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า คุณเป็นโรคฉี่หนูแล้ว ขั้นต่อไป คือต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะหากเชื้อของโรคฉี่หนูลามขึ้นสมอง หรือว่าวิ่งไปสู่ไตแล้ว อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้</p>
<p>หลีกเลี่ยงอย่างไร</p>
<p>เรา ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เชื้อเลปโตสไปโรซีสปะปนอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง ดังนั้น การป้องกันเบื้องต้น หากต้องลงไปในแหล่งน้ำ หรือย่ำโคลน ก็ควรสวมรองเท้าบู๊ททุกครั้ง ที่สำคัญหากมีบาดแผลตามร่างกายไม่ควรลงแช่น้ำขัง หรือบริเวณน้ำนิ่งโดยเด็ดขาด และเมื่อร่างกายเปียกฝน ควรรีบเช็ดให้แห้งโดยเร็ว</p>
<p>สำหรับคนที่ชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ควรสังเกตลักษณะของสระน้ำที่จะลงว่าย โดยต้องเป็นสระที่ทำการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ สะอาด ไม่มีตะใคร่น้ำ เป็นสระที่มีการหมุนเวียนของน้ำตลอดเวลา และไม่ควรที่จะลงเล่นน้ำนานเกินไป</p>
<p>ทาน อาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หรืออุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทาน เมื่อต้องเก็บอาหารไว้ทานในมื้อต่อไป ควรมีภาชนะฝาครอบมิดชิด จัดที่พักอาศัยให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และเมื่อเห็นว่าที่พักอาศัยของเรากำลังจะถูกหนูบุกรุก ต้องรีบกำจัด เพื่อความปลอดภัย</p>
<p>เมื่อรู้ว่า &#8220;ใครก็เป็นได้&#8221; เห็นที่ว่า &#8220;คนกรุง&#8221; อย่างเรา คงต้องตื่นตัวกับโรคนี้มากขึ้นซะแล้ว&#8230;</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/103200" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลาแมนดาริน มังกรน้อยคาบสมุทรอินโดสู่ปลาตู้</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2010 00:47:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาตู้]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาสวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาแมนดาริน]]></category>
		<category><![CDATA[มังกรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลบางแสน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=786</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทีมงาน &#8220;หลายชีวิต&#8221; มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับ ศ.นพ.สมพล พงศ์ไทย อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อดูความคืบหน้าการสร้างอควาเรียมสถานีเรียนรู้ &#8220;โลกใต้ทะเล&#8221; รูปร่างคล้ายปลากระเบน จังหวัดชลบุรี ที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี’54 &#8230;กลุ่มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามอย่าง &#8220;การ์ตูน&#8221; (นีโม) จะรู้จักกันดี เพราะที่นี่เคยสร้างชื่อด้านการอบรมเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้มาแล้ว ส่งผลให้หลายรายมีอาชีพ รายได้เป็นกอบเป็นกำกันมาแล้ว&#8230;. ดร.เสวภา สวัสดิ์พีระ รองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลบางแสน มหาวิทยาลัยบูรพา อ.บางแสน จ.ชลบุรี บอกกับ &#8220;หลายชีวิต&#8221; ว่า&#8230;ก่อนตัดสินใจที่จะเลือกเลี้ยงปลาตู้นั้น เพื่อให้ปลามีชีวิตอยู่รอด เราต้องรู้ก่อนว่าเขาต้องการบ้านลักษณะแบบใด น้ำที่ใช้เลี้ยงระบบต้องดีปลาถึงอยู่รอด  ซึ่งที่ผ่านมาทางสถาบันได้เปิดอบรมการเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูนให้กับผู้ ที่สนใจเพื่อไปประกอบอาชีพมาแล้วหลายราย ส่วนชนิดใหม่ในขณะนี้ที่ เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นก็คือ &#8220;ปลาแมนดาริน&#8221; ซึ่งอยู่ในช่วงเก็บข้อมูล โดยรุ่นที่เลี้ยงเพื่อวิจัยสร้างสายพันธุ์นั้นนำเข้ามาจากประเทศ อินโดนีเซีย โดยสถาบันมีเป้าหมายว่าจะสร้างสายพันธุ์ เชิงพาณิชย์ จากนั้นจะส่งต่อเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจ สำหรับลูกปลาแมนดารินครอกแรกที่ได้มีประมาณ 10 ตัว ปัจจุบันมีอายุ 4 เดือน สามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 1 ปี &#8230;และจากการสังเกตพบว่า เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้จะมีนิสัยที่รักสงบ ลูกที่ออกมาจะมีอัตราการรอดสูงกว่าที่มีอยู่ในธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ล่า&#8230; &#8220;ปลาแมนดาริน&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/MDR.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-787" title="MDR" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/MDR-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทีมงาน &#8220;หลายชีวิต&#8221; มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับ ศ.นพ.สมพล พงศ์ไทย อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อดูความคืบหน้าการสร้างอควาเรียมสถานีเรียนรู้ &#8220;โลกใต้ทะเล&#8221; รูปร่างคล้ายปลากระเบน จังหวัดชลบุรี ที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี’54</p>
<p>&#8230;กลุ่มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามอย่าง &#8220;การ์ตูน&#8221; (นีโม) จะรู้จักกันดี เพราะที่นี่เคยสร้างชื่อด้านการอบรมเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้มาแล้ว ส่งผลให้หลายรายมีอาชีพ รายได้เป็นกอบเป็นกำกันมาแล้ว&#8230;.</p>
<p>ดร.เสวภา สวัสดิ์พีระ รองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลบางแสน มหาวิทยาลัยบูรพา อ.บางแสน จ.ชลบุรี บอกกับ &#8220;หลายชีวิต&#8221; ว่า&#8230;ก่อนตัดสินใจที่จะเลือกเลี้ยงปลาตู้นั้น เพื่อให้ปลามีชีวิตอยู่รอด เราต้องรู้ก่อนว่าเขาต้องการบ้านลักษณะแบบใด น้ำที่ใช้เลี้ยงระบบต้องดีปลาถึงอยู่รอด  ซึ่งที่ผ่านมาทางสถาบันได้เปิดอบรมการเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูนให้กับผู้ ที่สนใจเพื่อไปประกอบอาชีพมาแล้วหลายราย</p>
<p>ส่วนชนิดใหม่ในขณะนี้ที่ เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นก็คือ &#8220;ปลาแมนดาริน&#8221; ซึ่งอยู่ในช่วงเก็บข้อมูล โดยรุ่นที่เลี้ยงเพื่อวิจัยสร้างสายพันธุ์นั้นนำเข้ามาจากประเทศ อินโดนีเซีย โดยสถาบันมีเป้าหมายว่าจะสร้างสายพันธุ์ เชิงพาณิชย์ จากนั้นจะส่งต่อเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจ สำหรับลูกปลาแมนดารินครอกแรกที่ได้มีประมาณ 10 ตัว ปัจจุบันมีอายุ 4 เดือน สามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 1 ปี</p>
<p>&#8230;และจากการสังเกตพบว่า เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้จะมีนิสัยที่รักสงบ ลูกที่ออกมาจะมีอัตราการรอดสูงกว่าที่มีอยู่ในธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ล่า&#8230;</p>
<p>&#8220;ปลาแมนดาริน&#8221; (Dragonets) หรือที่หลายคนเรียกว่า &#8220;มังกรน้อย&#8221; มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ทางใต้ของหมู่เกาะญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ไล่ลงมาเรื่อยไปจนถึงปาปัวนิวกินี นิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะแคโรไลน์ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ อาศัยอยู่ตามแนวปะการังที่มีกระแสน้ำไม่แรงนักพัดผ่าน กลางวันจะหลบซ่อนตามโพรงหิน ออกหากินสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยตามหน้าดินเป็นอาหารช่วงค่ำ มีนิสัยที่ก้าวร้าวกับพวกเดียวกัน หวงถิ่น สร้างอาณาเขตเป็นของตัวเองค่อนข้างชัดเจน</p>
<p>&#8230;มังกรน้อย มีขนาดรูปร่างใกล้เคียงกับปลาบู่ มีสีสันสวยสะดุดตา ซึ่งภายใต้ผืนน้ำแห่งท้องทะเลนั้น กลุ่มของพวกมันมีด้วยกันหลากหลาย แต่ที่ถูกคัดสรรให้ขึ้นมาเวียนว่ายในตลาดปลาสวยงามนั้นมีเพียงแค่ สปอตแมนดาริน สกู๊ตเตอร์ และเรดสกู๊ตเตอร์ โดยกลุ่มนักเลี้ยงปลาตู้ยกนิ้วให้แมนดารินธรรมดาหรือที่ส่วนใหญ่รู้จักกันใน นาม &#8220;กรีนแมนดาริน&#8221; (S. splendidus) เป็นชนิดที่สวยงามสุด</p>
<p>ส่วนลวด ลาย &#8220;แมนดาริน&#8221; บนลำตัวงดงามหลากสี ตามีขนาดใหญ่ ปากเล็ก ครีบสามารถใช้ &#8220;คลาน&#8221; ไปมาตามพื้นได้ ลำตัวเรียบลื่น เต็มไปด้วยเส้นสายสีเขียวทาบทับกันไปมาบนพื้นลำตัวสีส้ม และมีทั้งพื้นลำตัวสีส้มแสดไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน สามารถปรับเปลี่ยนได้เล็กน้อยตามสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วงที่ปลากำลังจับคู่ผสมพันธุ์ หรือต่อสู้กับพวกเดียวกัน โตเต็มที่ยาวประมาณ 6-8 ซม. ปลาตัวผู้บริเวณครีบหลังจะมีกระโดงยื่นยาว ส่วนตัวเมียไม่มี</p>
<p>แม้ว่า&#8230;.ปลามังกรน้อยมีขนาดตัวเล็กสีสันสดสวย ว่ายน้ำเชื่องช้า แต่มี &#8220;เมือกพิษ&#8221; รอบตัว สำหรับป้องกันศัตรูใต้น้ำที่หวังเขมือบมันเป็นอาหาร ทว่ามันก็ยังหนีไม่พ้นน้ำมือมนุษย์อยู่นั่นเอง!</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/102439" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง จะทำให้ปลาบึกสูญพันธุ์</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Aug 2010 05:27:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนสัตว์ป่าโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาบึก]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตกระแสไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนแม่น้ำโขง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=678</guid>
		<description><![CDATA[กองทุนสัตว์ป่าโลกกล่าวเตือนว่า การสร้าง เขื่อนขึ้นตามแม่น้ำโขง อาจจะกวาดล้างปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลายชนิดให้หมดไปได้ รวมทั้งปลาบึก อันเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปลาบึกมีขนาดลำตัวโตหนักถึง 300 กก. และสามารถจะยาวได้ถึง 3 เมตร จวนจะสูญพันธุ์เพราะถูกล่าอย่างหนัก และบัดนี้เพราะความเจริญก้าวหน้า ทำให้เกิดการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขงขึ้นหลายแห่ง ที่อาจจะทำให้มันต้องจบสิ้นลงได้ทั้งจีน ลาว ไทย และกัมพูชาต่างก็จะสร้างเขื่อนพลังน้ำขึ้นในแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งกำลังต้องการมากขึ้น โดยนิสัย มันเป็นปลาชอบย้ายถิ่น แต่ยังคงวางไข่ในที่เดิม ดังนั้น เขื่อนที่สร้างขึ้นอาจจะปิดกั้น การเดินทางของมันได้ ทำให้ไม่เกิดมีลูกปลาใหม่ๆ มาทดแทนอีก คณะกรรมการ ลุ่มแม่น้ำโขงได้ประเมินว่า เขื่อนเหล่านี้อาจจะมีผลทำให้กัมพูชาจับปลาได้น้อยลงตั้งครึ่ง และชาวประมงเรือนล้านจะต้องหมดอาชีพลง ผู้แทนกัมพูชาในคณะกรรมการเองก็เคยให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า เขาก็เกรงเรื่องนั้นอยู่เช่นกัน หากแต่ประเทศก็ต้องการเขื่อนผลิตไฟฟ้า. ที่มา     :     ไทยรัฐ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/PB.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-679" title="PB" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/PB-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>กองทุนสัตว์ป่าโลกกล่าวเตือนว่า การสร้าง เขื่อนขึ้นตามแม่น้ำโขง อาจจะกวาดล้างปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลายชนิดให้หมดไปได้ รวมทั้งปลาบึก อันเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก</p>
<p>ปลาบึกมีขนาดลำตัวโตหนักถึง 300 กก. และสามารถจะยาวได้ถึง 3 เมตร จวนจะสูญพันธุ์เพราะถูกล่าอย่างหนัก และบัดนี้เพราะความเจริญก้าวหน้า ทำให้เกิดการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขงขึ้นหลายแห่ง ที่อาจจะทำให้มันต้องจบสิ้นลงได้ทั้งจีน ลาว ไทย และกัมพูชาต่างก็จะสร้างเขื่อนพลังน้ำขึ้นในแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งกำลังต้องการมากขึ้น</p>
<p>โดยนิสัย มันเป็นปลาชอบย้ายถิ่น แต่ยังคงวางไข่ในที่เดิม ดังนั้น เขื่อนที่สร้างขึ้นอาจจะปิดกั้น การเดินทางของมันได้ ทำให้ไม่เกิดมีลูกปลาใหม่ๆ มาทดแทนอีก<br />
คณะกรรมการ ลุ่มแม่น้ำโขงได้ประเมินว่า เขื่อนเหล่านี้อาจจะมีผลทำให้กัมพูชาจับปลาได้น้อยลงตั้งครึ่ง และชาวประมงเรือนล้านจะต้องหมดอาชีพลง ผู้แทนกัมพูชาในคณะกรรมการเองก็เคยให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า เขาก็เกรงเรื่องนั้นอยู่เช่นกัน หากแต่ประเทศก็ต้องการเขื่อนผลิตไฟฟ้า.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/100471" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ลด ละ เลิกอบายมุข</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2010 01:41:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบุญ ตักบาตร]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธศาสนิกชน]]></category>
		<category><![CDATA[ลด ละ เลิกอบายมุข]]></category>
		<category><![CDATA[วันอาสาฬหบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[วันเข้าพรรษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=598</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากผ่านพ้นวันอาสาฬหบูชามาแล้วพุทธศาสนิกชนคงได้มีโอกาสไปทำบุญ ตักบาตร เพื่อเสริมสร้างสิริมงคลให้กับชีวิตกันมาบ้างแล้ว และในวันเข้าพรรษานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่จะเริ่มต้นในการลด-ละ -เลิก -อบายมุข ทั้งหลายทั้งปวงออกไป… สำหรับวันเข้าพรรษานั้น จะตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันเริ่มต้นเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝน ที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากทั่วไปว่า จำพรรษา ซึ่งการเข้าพรรษานี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม สาเหตุ ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการจำพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด 3 เดือนแก่พระสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน และป้องกันความเสียหายจากการเดินที่อาจเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลง แปลงในฤดูฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาจำพรรษาตลอด 3 เดือน เป็นช่วงเวลาและโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้อยู่จำพรรษารวมกันภายใน อาวาสหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/07/KPS.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-599" title="KPS" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/07/KPS-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>หลังจากผ่านพ้นวันอาสาฬหบูชามาแล้วพุทธศาสนิกชนคงได้มีโอกาสไปทำบุญ ตักบาตร เพื่อเสริมสร้างสิริมงคลให้กับชีวิตกันมาบ้างแล้ว และในวันเข้าพรรษานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่จะเริ่มต้นในการลด-ละ -เลิก -อบายมุข ทั้งหลายทั้งปวงออกไป…</p>
<p>สำหรับวันเข้าพรรษานั้น จะตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันเริ่มต้นเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝน ที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากทั่วไปว่า จำพรรษา ซึ่งการเข้าพรรษานี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม</p>
<p>สาเหตุ ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการจำพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด 3 เดือนแก่พระสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน และป้องกันความเสียหายจากการเดินที่อาจเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลง แปลงในฤดูฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาจำพรรษาตลอด 3 เดือน เป็นช่วงเวลาและโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้อยู่จำพรรษารวมกันภายใน อาวาสหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสามัคคี ในหมู่คณะสงฆ์</p>
<p>วันเข้าพรรษาถือเป็นวันและช่วงเทศกาลที่สำคัญในประเทศไทยต่อเนื่องจากวัน อาสาฬหบูชา ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทยได้สืบทอดประเพณีปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะบำเพ็ญกุศลด้วยการเข้าวัดทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา และยังมีสิ่งพิเศษจากวันสำคัญอื่นๆ คือ มีการถวายหลอดไฟ หรือ เทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝนแก่พระสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้ในการอยู่จำพรรษา อีกทั้งในอดีตชายไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนเมื่ออายุครบบวช คือ 20 ปี มักนิยมถือบรรพชาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ เพื่ออยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน หรือเรียกว่า บวชเอาพรรษา</p>
<p>ปัจจุบันในส่วนราชการที่รับผิดชอบคือ กระทรวงวัฒนธรรม  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รณรงค์ ให้คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธทุกคนใช้วันเข้าพรรษานี้เป็นวัดเริ่มต้นในการ ลด-ละ -เลิก &#8211; อบายมุข ทั้งปวง  นายนิพิฏฐ์เปิดเผยกับ&#8221;ไทยรัฐออนไลน์&#8221;ว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมการศาสนาขอเชิญชวนประชาชนเข้าวัด ปฏิบัติจิตทางศาสนา เช่นการทำบุญตักบาตร การถวายเทียนพรรษา การลด ละ เลิก อบายมุข ตลอดสัปดาห์และต่อจากนี้ไป 3 เดือน หรือว่าตลอดไปด้วยยิ่งดี</p>
<p>นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เน้นเป็นกรณีพิเศษในการเข้าวัดปฏิบัติจิตทางศาสนา ขอให้พี่น้องประชาชนที่เป็นพุทธศาสนิกชน ได้นำเด็ก เยาวชน บุตรหลาน ครอบครัวไปด้วย โดยเฉพาะเยาวชน คนรุ่นใหม่ อยากให้ผู้ปกครองพาไปเข้าวัดด้วย เพื่อเป็นการปลูกฝังฝึกนิสัยให้อยู่ใกล้วัด เด็กเหล่านี้จะได้เกิดความซึมซับวัฒนธรรมประเพณีของไทย เข้าใกล้พระพุทธศาสนา อย่างน้อยสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้เด็กมีจิตใจที่อ่อน โยน และสามารถนำหลักธรรมไปเป็นหลักในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเหมาะกับสภาพสังคมไทยเวลานี้ที่ต้องการสติในการดำเนินชีวิต</p>
<p>&#8220;ขอฝากไปถึงพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศทั้งหลายว่าขอให้ใช้โอกาสวันสำคัญทางศาสนา ลด ละ เลิกอบายมุข  โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับหน่วยงานหลายๆฝ่าย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นที่รู้เหมือนกันทุกคนว่าสุราเป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุทำให้เกิดการ บาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนั้นขอให้นับจากนี้ ทุกคนควรจะตั้งใจเพื่อทำความดีถวายเป็นพุทธบูชา และหากปฏิบัติได้ต่อเนื่องตลอดไปก็จะเป็นสิ่งที่ดี.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/98850" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักเรียนไทย คว้าเหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิก</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Jul 2010 09:44:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[5 เหรียญทอง]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิสิกส์โอลิมปิก]]></category>
		<category><![CDATA[มหิดลวิทยานุสรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมอุดมศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=575</guid>
		<description><![CDATA[5เด็กนร.เจ๋ง กวาด 5 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกที่กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ถือเป็นครั้งแรกที่เยาวชนไทยจากร.ร.เตรียมอุดมศึกษาและมหิดลวิทยานุสรณ์ ยกทีมครองแชมป์ เผยเทคนิคเพียงตั้งใจเรียนในห้อง หมั่นฝึกฝนทำการทดลอง ที่สำคัญต้องค้นหาทำในสิ่งที่ชอบและถนัดความสามารถของเยาวชนไทย&#8230; ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ว่า สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2553 จำนวน 5 คน ณ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ระหว่างวันที่ 17-25 ก.ค. ปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยคว้าเหรียญทองมาได้ทุกคน นางพรพรรณกล่าวว่า เยาวชนที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อบนเวทีแข่งขันทางวิชาการระดับ นานาชาติในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายนครินทร์ โลหิตศิริ นักเรียน ชั้น   ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชยากร พงษ์ศิริ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม นายอิสระพงศ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/07/PO.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-576" title="PO" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/07/PO-300x157.jpg" alt="" width="300" height="157" /></a></p>
<p>5เด็กนร.เจ๋ง กวาด 5 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกที่กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ถือเป็นครั้งแรกที่เยาวชนไทยจากร.ร.เตรียมอุดมศึกษาและมหิดลวิทยานุสรณ์ ยกทีมครองแชมป์ เผยเทคนิคเพียงตั้งใจเรียนในห้อง หมั่นฝึกฝนทำการทดลอง ที่สำคัญต้องค้นหาทำในสิ่งที่ชอบและถนัดความสามารถของเยาวชนไทย&#8230;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ว่า สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2553 จำนวน 5 คน ณ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ระหว่างวันที่ 17-25 ก.ค. ปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยคว้าเหรียญทองมาได้ทุกคน</p>
<p>นางพรพรรณกล่าวว่า เยาวชนที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อบนเวทีแข่งขันทางวิชาการระดับ นานาชาติในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายนครินทร์ โลหิตศิริ นักเรียน ชั้น   ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชยากร พงษ์ศิริ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม นายอิสระพงศ์ เอกสินชล นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม และนายวีรภัทร พิทยครรชิต โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ทั้ง 5 คน สามารถพิชิตได้ถึง 5 เหรียญทอง ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้แทนเยาวชนไทยทุกคนสามารถครองเหรียญทอง ในวิชาฟิสิกส์ที่ถือเป็นวิชาที่ยาก โดยการแข่งขันครั้งนี้มีคณะอาจารย์ที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย รศ.สุวรรณ คูสำราญ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นหัวหน้าทีม ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สิทธิคง จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.รัชภาคย์ จิตต์อารี จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ผศ.ดร.โศจิพงษ์ ฉัตราภรณ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม และอาจารย์ราม ติวารี จาก สสวท. เป็นผู้จัดการทีม ทั้งนี้ คณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 26 ก.ค. เวลา 14.20 น. เที่ยวบิน OS 025</p>
<p>ด้านนายนครินทร์ หรือเก่ง 1 ใน 5 คน ที่คว้าเหรียญทอง ให้ความเห็นว่า เรื่องการสอนวิทยาศาสตร์นั้นคุณครูควรสอนเด็กๆให้เข้าใจถึงแก่นและเนื้อหาสา ระนั้นๆ โดยอาจมีการทดลองหรือปรากฏการณ์ที่เห็นได้ทั่วไป หรือน่าตื่นเต้นมากระตุ้นความสนใจเด็กจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น หรือเปลี่ยนความคิดมาชอบวิทยาศาสตร์ก็ได้ ส่วนเป้าหมายในอนาคตอยากจะทำวิจัยทางด้านฟิสิกส์ และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ขณะ ที่นายชยากร หรือตุลย์ กล่าวว่า สนุกกับการเรียนรู้ฟิสิกส์ โดยเฉพาะภาคปฏิบัติเพราะไม่น่าเบื่อ ชอบที่จะทดลองต่างๆ   เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยครั้งนี้ รู้สึกดีใจมาก และพยายามเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ รวมทั้งเตรียมด้านจิตใจด้วย ส่วนเทคนิคก็เพียงตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้ดีที่สุด เวลาว่างก็พักผ่อน ดูโทรทัศน์เหมือนเด็กทั่วๆไป ก่อนไปแข่งขันได้เตรียมใจและฝึกฝนเต็มที่</p>
<p>ส่วน นายสิรภัทร หรือป้อม เผยว่า ความสำเร็จของรุ่นพี่ๆ เป็นแรงบันดาลใจให้สมัครเข้าโครงการนี้บ้าง และบอกกับตัวเองว่าอยากทำให้ได้ เมื่อผ่านการสอบเข้าสู่ค่ายโอลิมปิกวิชาการทำให้รู้สึกแข็งแกร่งทั้งด้าน สมองและจิตใจ ซึ่งเรียนรู้ฟิสิกส์แล้วรู้สึกสนุก ได้คิดวิเคราะห์ ไม่ต้องท่องจำ วิชาฟิสิกส์เปิดมุมมองโลกทัศน์ทำให้มองสิ่งต่างๆด้วยมุมมองที่เป็น วิทยาศาสตร์ เข้าใจกฎของธรรมชาติมากขึ้น  สามารถนำมาสร้างเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆได้</p>
<p>นายอิสระพงศ์ หรือปริ๊นซ์ ซึ่งปีที่แล้วคว้ารางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่าง ประเทศที่เม็กซิโกมาก่อน ให้ความเห็นว่า การจะเรียนให้ได้ดีนั้นที่สำคัญต้องค้นหาตัวเองให้พบว่าชอบหรือถนัดด้านใด มากที่สุด แล้วมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ สำหรับคุณครูก็มีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กมาก ซึ่งอนาคตตั้งใจจะกลับมาเป็นนักวิจัยใช้ความรู้ที่มีรับใช้ชาติ ตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด</p>
<p>สำหรับนายวีรภัทร หรือวี เป็นอีกคนที่ปีที่แล้วคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกจาก เม็กซิโกเช่นกัน เผยเคล็ดลับการเรียนว่า ให้ค้นหาความชอบและความฝันของตัวเอง ข้อสำคัญอย่ามัวแต่คิดว่าจะทำ แต่ ขอให้ลงมือทำจริงๆด้วยความตั้งใจ และถ้าผิดพลาดก็ควรปล่อยวางสิ่งที่ผ่านไป เช่น ถ้าผลสอบออกมาไม่ได้ อย่างที่หวังก็ไม่ควรมานั่งเศร้า ส่วนสิ่งที่ยังไม่เกิดก็ไม่ควรกังวลเพราะทำให้เครียดเปล่าๆ สำหรับอนาคตตั้งเป้าหมายเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัยและทำวิจัยพัฒนา ด้านนี้ไปด้วย</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/98792" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้างในดวงจันทร์ พบน้ำอยู่จำนวนมหาศาล</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 12:59:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แร่ธาตุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=335</guid>
		<description><![CDATA[มนุษย์ที่เดินทางไปบนดวงจันทร์ไม่ต้องกลัวอดน้ำแล้ว นักวิทยาศาสตร์ดวงดาวเชื่อว่า ดวงจันทร์มีน้ำอยู่ลึกใต้พื้นผิว มากกว่าที่เชื่อกันมาก่อนหลายร้อยเท่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มีสหรัฐฯ เป็นหัวหน้าได้กล่าวอ้าง โดยยืนยันจากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างหินดวงจันทร์ ที่มนุษย์อวกาศโครงการอพอลโลขนเอามา และก้อนอุกกาบาตจากดวงจันทร์ที่ตกในทวีปแอฟริกาว่า มีน้ำอยู่ในแร่ธาตุบนดวงจันทร์ มากกว่าที่เชื่อกันมาก่อนไม่ต่ำกว่า 100 เท่า นายแฟรนซิส แมคคับบิน แห่งสถาบันคาร์เนกี้ หัวหน้าทีมได้กล่าวอ้างในวารสาร &#8220;สมาคมวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ&#8221; ว่า &#8220;มีน้ำอยู่ภายในดวงจันทร์เกือบทุกหนทุกแห่ง เราเชื่อกันมาตั้ง 40 ปีว่า ดวงจันทร์แห้งผาก แต่กลับพบว่า ดวงจันทร์มีน้ำปนอยู่ ตั้งแต่ระหว่าง 64 ส่วนต่อพันล้าน จนถึง 5 ส่วนต่อล้าน ประมาณ 2.5 เท่าของปริมาณน้ำในทะเลสาบเกรต เลคส์ หรือหากดูดขึ้นมาอยู่บนพื้นผิว มันจะต้องท่วมดวงจันทร์ สูงตั้งเมตร&#8221; พร้อมกับบอกว่า &#8220;เราควรจะเริ่มศึกษาผล และบ่อเกิดของน้ำภายในดวงจันทร์กันเสียตั้งแต่บัดนี้&#8221;. ที่มา     :     ไทยรัฐ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/06/Moon.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-336" title="Moon" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/06/Moon-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>มนุษย์ที่เดินทางไปบนดวงจันทร์ไม่ต้องกลัวอดน้ำแล้ว นักวิทยาศาสตร์ดวงดาวเชื่อว่า ดวงจันทร์มีน้ำอยู่ลึกใต้พื้นผิว มากกว่าที่เชื่อกันมาก่อนหลายร้อยเท่า</p>
<p>ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มีสหรัฐฯ เป็นหัวหน้าได้กล่าวอ้าง โดยยืนยันจากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างหินดวงจันทร์ ที่มนุษย์อวกาศโครงการอพอลโลขนเอามา และก้อนอุกกาบาตจากดวงจันทร์ที่ตกในทวีปแอฟริกาว่า มีน้ำอยู่ในแร่ธาตุบนดวงจันทร์ มากกว่าที่เชื่อกันมาก่อนไม่ต่ำกว่า 100 เท่า</p>
<p>นายแฟรนซิส แมคคับบิน แห่งสถาบันคาร์เนกี้ หัวหน้าทีมได้กล่าวอ้างในวารสาร &#8220;สมาคมวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ&#8221; ว่า &#8220;มีน้ำอยู่ภายในดวงจันทร์เกือบทุกหนทุกแห่ง เราเชื่อกันมาตั้ง 40 ปีว่า ดวงจันทร์แห้งผาก แต่กลับพบว่า ดวงจันทร์มีน้ำปนอยู่ ตั้งแต่ระหว่าง 64 ส่วนต่อพันล้าน จนถึง 5 ส่วนต่อล้าน ประมาณ 2.5 เท่าของปริมาณน้ำในทะเลสาบเกรต เลคส์ หรือหากดูดขึ้นมาอยู่บนพื้นผิว มันจะต้องท่วมดวงจันทร์ สูงตั้งเมตร&#8221; พร้อมกับบอกว่า &#8220;เราควรจะเริ่มศึกษาผล และบ่อเกิดของน้ำภายในดวงจันทร์กันเสียตั้งแต่บัดนี้&#8221;.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/edu/90349" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

