<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวไทยค่ะ Thaika News &#187; เศรษฐกิจ</title>
	<atom:link href="http://news.thaika.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://news.thaika.com</link>
	<description>เว็บข่าวทันเหตุการณ์</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 Feb 2011 05:53:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลัวม็อบเสื้อแดง</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2010 22:52:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การชุมนุมเสื้อแดง]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1270</guid>
		<description><![CDATA[แอตต้า เผย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น กลัวการชุมนุมเสื้อแดง ที่แยกราชประสงค์  หยุดเดินทางทันที ทำเสียโอกาส&#8230; นาย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมด้านการท่องเที่ยว  เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและปรับปรุงระบบงานการสื่อสารในภาวะวิกฤติว่า  ภาคเอกชนอยากให้มีการปรับปรุงการตัดสินใจในระดับนโยบายในช่วงที่มีภาวะ วิกฤติของประเทศ  ในเรื่องของการใช้งบประมาณเร่งด่วนที่มักมีปัญหา และต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอต่อการรองรับปัญหาทางการเมืองของไทย  รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อใด ด้าน นายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยว (เฟตต้า) กล่าวว่า ภาคเอกชนได้เสนอในที่ประชุมให้มีการจัดตั้งกองทุน  10,000  ล้านบาท  เพื่อสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ ทั้งในส่วนของการแก้ไขปัญหาการสื่อสารการตลาด และการทำการตลาดแบบเร่งด่วน เช่น การใช้ งบประมาณดังกล่าวไปบิดงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเป็นต้น &#8220;ตอนนี้บทบาทของศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ (ศวก.) จะแก้ปัญหาอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องหมายรวมถึงการทำการตลาดแก้ไขภาพลักษณ์ด้วย เพราะที่ผ่านมาเมื่อประเทศไทยเกิดปัญหาและมีการเร่งดำเนินการแก้ปัญหา กลับพบว่าปัญหาหลักคือเรื่องงบประมาณเสมอ&#8221; ขณะที่นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองยังเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กลัวมาก ขนาดการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แยกราช-ประสงค์เมื่อตอนค่ำของวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีความรุนแรงอะไร แต่ก็ทำให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหยุดเดินทางทันที อีกทั้งในปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จึงทำให้เสียโอกาสตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่มา     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/Japan.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1271" title="Japan" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/Japan-300x213.jpg" alt="" width="300" height="213" /></a></p>
<p>แอตต้า เผย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น กลัวการชุมนุมเสื้อแดง ที่แยกราชประสงค์  หยุดเดินทางทันที ทำเสียโอกาส&#8230;</p>
<p>นาย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมด้านการท่องเที่ยว  เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและปรับปรุงระบบงานการสื่อสารในภาวะวิกฤติว่า  ภาคเอกชนอยากให้มีการปรับปรุงการตัดสินใจในระดับนโยบายในช่วงที่มีภาวะ วิกฤติของประเทศ  ในเรื่องของการใช้งบประมาณเร่งด่วนที่มักมีปัญหา และต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอต่อการรองรับปัญหาทางการเมืองของไทย  รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อใด</p>
<p>ด้าน นายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยว (เฟตต้า) กล่าวว่า ภาคเอกชนได้เสนอในที่ประชุมให้มีการจัดตั้งกองทุน  10,000  ล้านบาท  เพื่อสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ ทั้งในส่วนของการแก้ไขปัญหาการสื่อสารการตลาด และการทำการตลาดแบบเร่งด่วน เช่น การใช้ งบประมาณดังกล่าวไปบิดงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเป็นต้น &#8220;ตอนนี้บทบาทของศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ (ศวก.) จะแก้ปัญหาอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องหมายรวมถึงการทำการตลาดแก้ไขภาพลักษณ์ด้วย เพราะที่ผ่านมาเมื่อประเทศไทยเกิดปัญหาและมีการเร่งดำเนินการแก้ปัญหา กลับพบว่าปัญหาหลักคือเรื่องงบประมาณเสมอ&#8221;</p>
<p>ขณะที่นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองยังเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กลัวมาก ขนาดการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แยกราช-ประสงค์เมื่อตอนค่ำของวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีความรุนแรงอะไร แต่ก็ทำให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหยุดเดินทางทันที อีกทั้งในปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จึงทำให้เสียโอกาสตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/112728" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นายกฯเปรยค่าแรงขั้นตํ่า 250 บาทต่อวัน</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8d%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8d%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Sep 2010 23:09:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นตํ่า 250 บาทต่อวัน]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชานิยม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1237</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากมีรายงานว่าที่ประชุมคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำใน เขต กทม. มีข้อสรุปว่าจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นอีก 7 บาท จาก 206 บาทต่อวัน เป็น 213 บาทต่อวัน ตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นที่พอใจของทั้งตัวแทนฝ่ายนางจ้างและลูกจ้าง ทว่าพลันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เอ่ยถึงตัวเลข 250 บาทต่อวัน ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยังนายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์​ เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง ถึงกรณีนี้ โดยนายปัณณพงศ์ เห็นว่าเป็นเพียงแนวคิดของนายกฯ เท่านั้น เพราะผู้ที่มีอำนาจในการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คือ คณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนลูกจ้าง ตัวแทนนายจ้าง และภาครัฐ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานที่ไร้ฝีมือเดินเข้าสู่ ตลาดแรงงานวันนี้ หากนายกฯ ต้องการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจริงนายกฯ จะใช้อำนาจในข้อใดมาปรับ &#8220;ในเมื่อเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องไปแก้กฎหมายคุ้มครองกระมัง ว่าต่อไปนี้นายกฯ อยากจะให้ขึ้นเท่าไหร่ก็ให้เป็นไปตามมติ ครม.เลย ผมไม่ได้ปฏิเสธที่ลูกจ้างที่ร้องมา ส่วนที่จะขึ้นได้เท่าไหร่นั้น ในคณะกรรมการไตรภาคีก็มีตัวแทนของลูกจ้างอยู่แล้ว ก็ต้องมานั่งพูดคุยกัน แต่ถ้าหากว่ามติที่ประชุมมองแล้วด้วยองค์ประกอบทั้งหลายทั้งปวงว่ามันควรจะ ถึง 250 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/ecot.png"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1238" title="ecot" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/ecot-300x300.png" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>หลังจากมีรายงานว่าที่ประชุมคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำใน เขต กทม. มีข้อสรุปว่าจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นอีก 7 บาท จาก 206 บาทต่อวัน เป็น 213 บาทต่อวัน ตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นที่พอใจของทั้งตัวแทนฝ่ายนางจ้างและลูกจ้าง</p>
<p>ทว่าพลันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เอ่ยถึงตัวเลข 250 บาทต่อวัน ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น</p>
<p>ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยังนายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์​ เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง ถึงกรณีนี้ โดยนายปัณณพงศ์ เห็นว่าเป็นเพียงแนวคิดของนายกฯ เท่านั้น เพราะผู้ที่มีอำนาจในการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คือ คณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนลูกจ้าง ตัวแทนนายจ้าง และภาครัฐ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานที่ไร้ฝีมือเดินเข้าสู่ ตลาดแรงงานวันนี้ หากนายกฯ ต้องการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจริงนายกฯ จะใช้อำนาจในข้อใดมาปรับ</p>
<p>&#8220;ในเมื่อเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องไปแก้กฎหมายคุ้มครองกระมัง ว่าต่อไปนี้นายกฯ อยากจะให้ขึ้นเท่าไหร่ก็ให้เป็นไปตามมติ ครม.เลย ผมไม่ได้ปฏิเสธที่ลูกจ้างที่ร้องมา ส่วนที่จะขึ้นได้เท่าไหร่นั้น ในคณะกรรมการไตรภาคีก็มีตัวแทนของลูกจ้างอยู่แล้ว ก็ต้องมานั่งพูดคุยกัน แต่ถ้าหากว่ามติที่ประชุมมองแล้วด้วยองค์ประกอบทั้งหลายทั้งปวงว่ามันควรจะ ถึง 250 บาทมันก็ใช่&#8221; นายปัณณพงศ์ให้ความเห็นอย่างดุเดือด</p>
<p>เลขาธิการ สภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย กล่าวต่อว่า ขณะนี้คณะกรรมการค่าจ้างเองได้ดำเนินการเรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ แรงงาน เช่น ช่างไฟฟ้าระดับ 1 ได้เท่านี้ ระดับ 2 ได้เท่านี้ ระดับ 3 ได้เท่านี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการ เชื่อว่าพิจารณาเสร็จแล้วกว่า 90% คาดว่าจะสามารถใช้ได้ประมาณต้นปี 2554 ในบางสาขาอาชีพ แต่มาตรการดังกล่าวทางคณะกรรมการต้องพิจารณาอีกครั้งว่าหากมีการประกาศใช้ แล้วจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อลูกจ้าง เช่น มีคนถือกระดาษรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานเข้ามาในอุตสาหกรรมเย็บผ้า ซึ่งเย็บจักรได้ขนาดนี้ ต้องการค่าแรง 500 บาท แต่อีกคนเดินข้ามาไม่มีใบรับรอง แต่เย็บผ้าได้พอกับคนที่ถือใบรับรอง แต่ต้องการค่าจ้างเพียง 250 บาท ถามว่านายจ้างจะจ้างใคร ก็ต้องจ้างคนที่ค่าแรง 250 บาท หรืออีกตัวอย่าง มีช่างเชื่อมอายุ 25 ปี ฝีมือเชื่อมตรงได้เกรดเอ แต่พออายุ 35 ปี มือเริ่มสั่น ตาเริ่มสั้น ฝีมือเชื่อมไม่ตรงเหมือนเดิม ช่างเชื่อมคนเดิมจะต้องลดหรือต้องเพิ่ม เพราะแม้งานจะไม่ดีแต่อายุงานมากขึ้น ซึ่งอันนี้คือตัวปัญหาที่คณะกรรมการกำลังคิดว่าหากเป็นเช่นนั้นจะใช้มาตรฐาน แบบไหนอย่างไร</p>
<p>&#8220;คนที่จะตรวจสอบมาตรฐานฝีมือจริงๆ คือ กรมมาตรฐานฝีมือแรงงาน ก็ต้องถามกลับอีกว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานทำทันหรือเปล่า และภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดยอมรับแล้วหรือยัง อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เราคิดถึงปัญหาที่มันจะเกิด หากคณะกรรมการค่าจ้างต้องการผลงาน ประกาศวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้ เพราะกฎหมายก็แก้จบหมดแล้ว หลายแขนงอาชีพก็พิจารณาเสร็จแล้ว แต่หากเราประกาศใช้ออกไปแล้วเกิดปัญหากลับมาก็ไม่คุ้มกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่มันเป็นเรื่องใหม่ช้านิดนึงแล้วหาทางที่ออกไปแล้วเนี่ย มันสมประสงค์กันทั้ง 2 ฝ่ายคือนายจ้างและลูกจ้าง&#8221;</p>
<p>นายปัณณพงศ์ กล่าวอีกว่า ยังมีสิ่งที่ตนอยากให้เกิดแต่ไม่มีคนพูดถึง คือ การทำโครงสร้างค่าจ้างของเอกชน เช่น โรงงาน ก. และโรงงาน ข. เป็นโรงงานแบบเดียวกันมีขนาดเท่ากัน แต่โรงงาน ก.มีการปรับขึ้นค่าจ้างปีละ 5% แต่โรงงาน ข. มีการปรับขึ้นค่าจ้างปีละ 10% ลูกจ้างก็จะมีสิทธิ์เลือกว่าอยากทำงานกับโรงงานใด เชื่อว่าจุดนี้น่าจะเป็นมาตรฐานสำหรับแรงงานจริงๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คณะกรรมการมองอยู่ทุกวันนี้คือ ลูกจ้างอยากได้ค่าแรงแบบก้าวกระโดด แต่ถามว่าแรงงานไทยมีการพัฒนาฝีมือแบบก้าวกระโดดหรือไม่</p>
<p>เลขาธิการ สภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย กล่าวว่า  ตนในฐานะคณะกรรมการค่าจ้างยังยืนยันว่าการปรับค่าจ้างให้เท่ากันที่  250 บาททั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้ และก็ไม่สามารถบอกได้ว่าการปรับค่าจ้างสูงสุดเท่ากันทั่วประเทศจะอยู่ที่ เท่าไร เนื่องจากการปรับอัตราค่าจ้างนั้นแต่ละจังหวัดจะมีกรรมการค่าจ้างจังหวัด เป็นผู้พิจารณา โดยมีผู้ว่านั่งเป็นประธานอนุกรรมการโดยตำแหน่ง เพราะฉะนั้น คณะกรรมการค่าจ้างกลางก็ต้องฟังอนุกรรมการจังหวัดเหมือนกันว่า พร้อมที่จะรับและจ่ายกันที่เท่าไร  เพราะคณะกรรมการได้กระจายอำนาจให้ไปแล้วจึงไม่ควรขีดเส้นให้เดินว่าต้อง 250 บาทนะ อย่างไรก็ตาม แม้ตนจะเป็นคณะกรรมการฝ่ายนายจ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้าข้างนายจ้างตลอด ตนได้บอกกับนายจ้างทั่วไปว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่สถานประกอบการทั้งหลายต้องมีคุณธรรม พอสิ้นปีก็ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างเลยไม่ต้องรอฟังว่าคณะกรรมการค่าจ้างจะขึ้น ค่าจ้างกี่บาท  ซึ่งทุกวันนี้ไม่เป็นอย่างนั้นสถานประกอบการส่วนหนึ่งคอยฟังว่ากรรมการค่า จ้างจะขึ้นค่าแรงกี่บาทแล้วก็มาปรับให้แรงงานแค่นั้น</p>
<p>&#8220;ผู้นำแรงงาน ที่ไปบอกว่าต้องการ 250 บาทนะต้องขึ้น 250 บาทนะ ผมไม่ทราบว่าอนุกรรมการจังหวัดจะพอใจหรือเห็นด้วยหรือไม่แนวทางนี้ ผมว่าคนที่เสนออย่างนี้น่าจะเสนอไปกับอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด ว่าเออมีแนวคิดว่าจะให้ขึ้น 250 บาท อนุกรรมการจังหวัดว่าอย่างไร ให้ประชุมกันในจังหวัด แต่ข้อเสนอของสมานฉันท์แรงงานไทย ทางคณะกรรมการค่าจ้างกลางเอง ก็ได้ยื่นไปให้อนุกรรมการจังหวัดดูเช่นกัน ผมไม่อยากจะเห็นว่าการปรับอัตราค่าจ้างนี้ เป็นเรื่องทางการเมือง เพราะจะไม่ส่งผลดีต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้าง  ในทางตรงกันข้ามมันอาจจะเป็นดาบ 2 คม ที่กลับคืนขึ้นมาทำลูกจ้างไทยตกงานก็ได้ ในอนาคตเพราะแรงงานต่างด้าวจ้องมาทำงานสวมอยู่ &#8221; นายปัณณพงศ์ กล่าว</p>
<p>นาย ปัณณพงศ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ตนอยากเห็นจริงๆน่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างการปรับอัตราค่าจ้าง มากกว่า ที่จะนั่งเถียงกันว่าปีนี้จะปรับเท่าไหร่ ปีหน้าจะปรับเท่าไหร่  และอีกเรื่องที่ไม่สบายใจและพูดมาหลายครั้งแล้วคือ การขึ้นเงินเดือนข้าราชการทำไมคณะรัฐมนตรีหรือนายกฯจะต้องมาประกาศให้เป็น ข่าว ซึ่งพอเป็นข่าวแล้วการปรับขึ้นเงินเดือนก็ไม่ได้ปรับเลย แต่กว่าจะปรับก็เม.ย.ปี2554 แต่ราคาสินค้าไปข้างหน้าแล้ว ซึ่งหากรัฐบอกมีกรมการค้าภายในควบคุมอยู่ แต่จริงๆพอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินตรวจตลาดสดและเป็นข่าว แม่ค้าพ่อค้าก็นำราคาตามเกณฑ์มาตั้ง แต่พอผู้ตรวจกลับก็นำออก นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เป็นจริงในสังคม ที่เราจะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างไร ตรงนี้เป็นปัญหา</p>
<p>ส่วนกรณีที่คณะ กรรมการสมานฉันท์ออกมาบอกว่าค่าใช้จ่ายของแรงงานอยู่ประมาณ วันละ 360-400 บาท เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น หากมีการทานข้าวนอกบ้านทั้งกลางวันและเย็นแต่คิดกลับหรือไม่ หากสามีกลับถึงบ้านก่อนสามีเก็บข้าวเดี๋ยวภรรยาหิ้วแกงมา นั่งกินกันพร้อมที่บ้าน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเคยเอาเข้ามาจับหรือไม่ เพราะฉะนั้นตัวเองก็ยังเฟ้อไปตามสังคมหลงใหลไปในวัตถุ ซึ่งผู้ใช้แรงงานบางคนพกโทรศัพท์มือถือแพงกว่าตนอีก ตนขอถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เวลาไปทานข้าวน้ำเปล่าก็ทานได้ทำไมต้องเป็นน้ำอัดลม ถ้าเอาตรงนั้นมาใส่เข้าจริงๆเนี่ยตนว่าสิ่งฟุ่มเฟือยมากกว่าส่ิงจำเป็นที่ ดำรงชีพอยู่นะ</p>
<p>ด้าน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า สมานฉันท์แรงงานไทยยืนยันตามแนวคิดนายกรัฐมนตรี คือ การปรับค่าจ้างเท่ากันทั่วประเทศที่ 250 บาท ในครั้งเดียว เพราะที่ผ่านมาการปรับค่าจ้างเกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียมกันมาตลอด ใน 4-5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าพี่น้องต่างจังหวัดไม่ได้ปรับค่าจ้างเลย ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว หากคนงานที่มีฝีมือและมีอายุงาน 1 ปี ควรจะได้ตามค่าจ้างขั้นต่ำ แต่หากมากกว่า 1 ปี ก็ควรดูในเรื่องของโครงสร้างค่าจ้างเงินเดือน แต่หลักๆ ตอนนี้ สมานฉันท์แรงงานไทยยังยึดตามแนวคิดของเรา เพราะจากการศึกษาข้อมูลค่าใช้จ่ายของคนงานที่จะอยู่ได้ประมาณ  360 บาทต่อวัน  ซึ่งค่าจ้างขั้นต่ำทุกวันนี้ในเขต กทม.และปริมณฑล คือ 206 บาทต่อวัน แต่ที่แรงงานยังอยู่ได้เพราะทำโอที อย่างน้อยวันละ 3-4 ชั่วโมง ถึงจะอยู่ได้</p>
<p>&#8220;ถ้าไม่มีโอทีจะอยู่ไม่ได้นะ ส่วนคนที่ไม่มีโอทีก็ต้องไปหารายได้พิเศษ ไม่ว่าจะขายเครื่องสำอางหรือหารายได้พิเศษอย่างอื่นทำกัน 250 อยู่ได้อย่างไร ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่งให้ลูกที่บ้าน ค่าส่งพ่อแม่ จิปาถะ คิดง่ายๆ แค่ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนนึงอย่างต่ำเท่าไหร่แล้ว 1,600 บาทถูกสุด เดือนนึง ไหนจะค่ารถ ค่าอยู่ค่ากินแต่ละวัน อันนี้จะเห็นค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เกิดขึ้นกับคนงานกับอาหารการกินที่อยู่ได้ ถ้า 250 จะไม่มีเงินเก็บเงินออมเลย ค่าของใช้อุปโภคบริโภคต่างๆ ไหนจะค่านมลูกอีกหล่ะ นมกระป๋องละเท่าไหร่ อันนี้จะเห็นชัด&#8221;</p>
<p>ต่อข้อ ถามที่ว่า หากนายจ้างไม่รับข้อเสนอค่าจ้างขั้นต่ำ 250 บาท จะทำอย่างไร น.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า อย่าลืมว่าสถานการณ์ขณะนี้อุตสาหกรรมหลายอุตสาหกรรม ปรับค่าจ้างตามฝีมือมากกว่า 300 ก็มี มากกว่า 250 ก็มี ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างในครั้งนี้ แต่หากพูดเรื่องผลกระทบก็มีแต่ต้องดูว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูตัวเลขสำนักงานประกันสังคม ตนมองว่าที่ผ่านมาบริษัทเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของสวัสดิการและการ ปรับค่าจ้างให้ลูกจ้างเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงทำให้ฐานค่าจ้างห่างกันมาก และพอมีการเรียกร้องค่าจ้างสูงๆ จึงทำให้นายจ้างมีความรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้  จริงๆ แล้วลูกจ้างต้องทนมาโดยตลอด ที่จะต้องเป็นคนที่ต้องทำงานหนักทำโอที</p>
<p>ไม่ ว่าสุดท้ายแล้วแรงงานขั้นต่ำ 250 บาทต่อวัน จะเป็นจริงได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ นายกฯ อภิสิทธิ์ คงได้ใจจากบรรดาลูกจ้างแรงงานไปเต็มๆ ซึ่งคงไม่ผิดหากจะบอกว่า นี่คือ &#8220;ประชานิยม&#8221; อีกแบบของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/111731" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8d%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4 บริษัทยักษ์ใหญ่ ผ่านประมูลซื้อ &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; รอบ 2</title>
		<link>http://news.thaika.com/4-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/4-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2010 00:10:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าส่งค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์ฟูร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูลซื้อห้างค้าปลีกคาร์ฟูร์]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ลี่ ยุคเกอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1222</guid>
		<description><![CDATA[4 บริษัทยักษ์ใหญ่ ผ่านประมูลซื้อ &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; รอบ 2 แล้ว ขณะที่ ปตท.ประมูลห้างคาร์ฟูร์แค่ 44 สาขาในไทย มั่นใจเสริมศักยภาพในด้านการค้าขายของ ปตท.ได้&#8230; นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ในเครือไทยเบฟฯ กล่าวถึงการเสนอเรื่องประมูลซื้อห้างค้าปลีกคาร์ฟูร์ว่า ทางบริษัทผ่านรอบแรกของการประมูลซื้อไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนการประมูลรอบ 2 แล้ว ซึ่งมีผู้เสนอเข้าประมูลรวม 4 ราย และบริษัทมีความมั่นใจในการเข้าประมูลอย่างเต็มที่ และมีศักยภาพพอ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดดังกล่าวได้ ขณะที่ด้าน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ผ่านการประมูลรอบแรก เข้าสู่การประมูลรอบที่ 2 เช่นกัน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานก่อนหน้านี้ว่า บริษัทกาสิโนของฝรั่งเศส ที่ร่วมมือกับบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ของไทย เป็นอีกบริษัทที่ผ่านเข้ารอบ 2 ที่จะเข้าประมูลซื้อกิจการห้างคาร์ฟูร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใน 3 ประเทศคือ ไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/CF.jpg"><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/carrefour.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1226" title="carrefour" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/carrefour-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a><br />
</a></p>
<p>4 บริษัทยักษ์ใหญ่ ผ่านประมูลซื้อ &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; รอบ 2 แล้ว ขณะที่ ปตท.ประมูลห้างคาร์ฟูร์แค่ 44 สาขาในไทย มั่นใจเสริมศักยภาพในด้านการค้าขายของ ปตท.ได้&#8230;</p>
<p>นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ในเครือไทยเบฟฯ กล่าวถึงการเสนอเรื่องประมูลซื้อห้างค้าปลีกคาร์ฟูร์ว่า ทางบริษัทผ่านรอบแรกของการประมูลซื้อไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนการประมูลรอบ 2 แล้ว ซึ่งมีผู้เสนอเข้าประมูลรวม 4 ราย และบริษัทมีความมั่นใจในการเข้าประมูลอย่างเต็มที่ และมีศักยภาพพอ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดดังกล่าวได้</p>
<p>ขณะที่ด้าน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ผ่านการประมูลรอบแรก เข้าสู่การประมูลรอบที่ 2 เช่นกัน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานก่อนหน้านี้ว่า บริษัทกาสิโนของฝรั่งเศส ที่ร่วมมือกับบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ของไทย เป็นอีกบริษัทที่ผ่านเข้ารอบ 2 ที่จะเข้าประมูลซื้อกิจการห้างคาร์ฟูร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใน 3 ประเทศคือ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ คือ บริษัทกาสิโน ของฝรั่งเศส ที่ร่วมมือกับบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ของไทย</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ปตท.ว่า ปตท.เข้าประมูลในส่วนของห้างคาร์ฟูร์ 44 สาขา ในไทยเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่า การซื้อกิจการคาร์ฟูร์จะช่วยเสริมศักยภาพในด้านการค้าขายของ ปตท.เพื่อให้ ปตท.สามารถที่จะขยายกิจการของ ปตท.ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในขณะนี้ ปตท.เชี่ยวชาญในด้านการผลิต แต่ ปตท.จะต้องค้าขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วย ทั้งน้ำมัน ทั้งก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก และหลายๆผลิตภัณฑ์ที่จะขยายต่อไปในอนาคต เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มาจากไบโอดีเซลและปาล์มน้ำมัน</p>
<p>การซื้อคาร์ฟูร์นั้น นอกเหนือที่จะได้พื้นที่สาขาซึ่ง ปตท.นำมาต่อยอดธุรกิจได้แล้ว ยังได้ความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการค้าส่งค้าปลีกระดับโลก รวมทั้งได้ทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญจากคาร์ฟูร์ ด้วย เพราะในขณะนี้ ปตท.มีแต่วิศวกรที่ไม่ถนัดในการค้าขาย โดยหากประมูลซื้อในช่วงแรกจะให้จิฟฟี่เป็นผู้บริหารคาร์ฟูร์ โดยหาก ปตท.มีความรู้เรื่องการค้าส่งค้าปลีกมาเสริม จะช่วยให้การเพิ่มมูลค่าของ ปตท.ทำให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/111254" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/4-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าราชการไทยมีปัญหาหนี้สินเพียบ</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2010 00:21:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าราชการ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาหนี้สิน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะการครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้สิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1191</guid>
		<description><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจภาวะการครองชีพ พบข้าราชการติดหนี้อ่วมทั่วไทย มีหนี้สินเฉลี่ยครอบครัวละกว่า 8.72 แสนบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2549&#8230; นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.ได้สำรวจภาวะการครองชีพของข้าราชการพลเรือนสามัญประจำปี 2553 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน (ก.พ.) ทุกประเภท และระดับตำแหน่งที่ตกเป็นตัวอย่างทั่วประเทศ รวม 12,886 ราย ไม่รวมข้าราชการประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ พบว่า ครอบครัวข้าราชการทุกประเภทและระดับตำแหน่งมีหนี้สิน 84.1% ของจำนวนครอบครัวข้าราชการทั้งหมด โดยมีหนี้สินเฉลี่ย 872,388 บาท ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2549 ที่มีจำนวนครอบครัวข้าราชการที่เป็นหนี้เพียง 81.6% และมีหนี้สินเฉลี่ยเพียง 657,449 บาท ส่วนรายได้นั้นมีเฉลี่ย เพียงเดือนละ 43,650 บาท ขณะที่มีรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 32,386 บาท เมื่อเปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สิน พบว่าครอบครัวข้าราชการมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าใช้จ่าย และทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากผลสำรวจยังพบว่าครอบครัวข้าราชการต้องการให้รัฐเพิ่มเงินเดือน เป็นสัดส่วนมากที่สุดถึง 91.9% [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/TG.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1192" title="TG" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/TG-300x205.jpg" alt="" width="300" height="205" /></a></p>
<p>สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจภาวะการครองชีพ พบข้าราชการติดหนี้อ่วมทั่วไทย มีหนี้สินเฉลี่ยครอบครัวละกว่า 8.72 แสนบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2549&#8230;</p>
<p>นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.ได้สำรวจภาวะการครองชีพของข้าราชการพลเรือนสามัญประจำปี 2553 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน (ก.พ.) ทุกประเภท และระดับตำแหน่งที่ตกเป็นตัวอย่างทั่วประเทศ รวม 12,886 ราย ไม่รวมข้าราชการประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ พบว่า ครอบครัวข้าราชการทุกประเภทและระดับตำแหน่งมีหนี้สิน 84.1% ของจำนวนครอบครัวข้าราชการทั้งหมด โดยมีหนี้สินเฉลี่ย 872,388 บาท ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2549 ที่มีจำนวนครอบครัวข้าราชการที่เป็นหนี้เพียง 81.6% และมีหนี้สินเฉลี่ยเพียง 657,449 บาท</p>
<p>ส่วนรายได้นั้นมีเฉลี่ย เพียงเดือนละ 43,650 บาท ขณะที่มีรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 32,386 บาท เมื่อเปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สิน พบว่าครอบครัวข้าราชการมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าใช้จ่าย และทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากผลสำรวจยังพบว่าครอบครัวข้าราชการต้องการให้รัฐเพิ่มเงินเดือน เป็นสัดส่วนมากที่สุดถึง 91.9% รองลงมาคือต้องการให้เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานเอกชนได้ มีสัดส่วน 47.8% โดยสามารถเบิกได้ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก อีก 44.4% ต้องการให้เพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยงสำหรับการเดินทางไปราชการ และ 44% ต้องการให้ยกเลิกค่าเช่าบ้านแต่ให้ได้รับเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่อยู่ อาศัยแทน และยังต้องการให้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลโดยวิธีจ่ายตรงไม่ต้องสำรองจ่าย ไปก่อน การจัดโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อที่อยู่อาศัย และการเบิกเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากค่าเล่าเรียน เป็นต้น</p>
<p>นางจีราวรรณกล่าวว่า จากผลสำรวจพบว่า หนี้สินเฉลี่ยของครอบครัวข้าราชการมากกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 56.4% เป็นหนี้สินเพื่อที่อยู่อาศัย รองลงมา 15.2% เพื่อซื้อหรือซ่อมแซมยานพาหนะอีก 13.3% เป็นหนี้สินเพื่อใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภค และ 5.8% เป็นการลงทุนในธุรกิจของครอบครัว ส่วนหนี้สินเพื่อใช้ในการศึกษามีเพียง 3.9% เท่านั้น โดยข้าราชการประเภททั่วไประดับชำนาญงาน  มีสัดส่วนของการมีหนี้สูงที่สุด คือ 88.3% มีหนี้สินเฉลี่ย 851,801 บาท สำหรับรายได้ของครอบครัวราชการส่วนใหญ่มาจากค่าตอบแทนที่ได้รับเป็นประจำจาก การทำงาน เช่น เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มพิเศษ</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/110663" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รัฐเตรียมช่วยอุ้มหนี้สินเกษตรกร</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 23:07:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับโครงสร้างหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาหนี้สินเกษตรกร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1156</guid>
		<description><![CDATA[บอร์ด ธ.ก.ส. สั่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 52,000 ราย ขณะ ต้องรอกฤษฎีกามีมติเกี่ยวกับการแก้หนี้ที่ยังติดข้อกฎหมาย&#8230; นาย เอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้สั่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) 52,000 ราย พร้อมกับดูแลและปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิด รายได้ (เอ็นพีแอล) 610,000 รายควบคู่ไปด้วย เพื่อดูแลลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในเรื่องหนี้สินเช่นเดียวกัน นาย เอ็นนูกล่าวว่า ในวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ไขหนี้สมาชิกของกองทุนฯ ยังติดเงื่อนไขกฎหมายบางประการทำให้กระทรวงการคลังต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อกฎหมายในประเด็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการ  ซึ่งขณะนี้กฤษฎีกาชุดที่ 3 ยังไม่มีมติใดๆ ในเรื่องดังกล่าว อย่าง ไรก็ตาม ระหว่างรอผลชี้ขาดจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ธ.ก.ส.ได้ร่วมกับธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดทำร่างวิธีปฏิบัติงานร่วมกันพร้อมจัดทำแบบพิมพ์คำขอ แบบพิมพ์สัญญากู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการและแนวทางการ ฟื้นฟูเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น รวมทั้งได้เตรียมดำเนินการให้กับลูกหนี้กองทุนฯที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไปก่อน ส่วนของลูกหนี้เอ็นพีแอลของ ธ.ก.ส. ซึ่งมีอยู่ 610,000 ราย ธ.ก.ส.จะเข้าไปดูแลเช่นเดียวกัน โดยจะแบ่งกลุ่มลูกหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้. ที่มา     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/FM.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1157" title="FM" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/FM-293x300.jpg" alt="" width="293" height="300" /></a></p>
<p>บอร์ด ธ.ก.ส. สั่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 52,000 ราย ขณะ ต้องรอกฤษฎีกามีมติเกี่ยวกับการแก้หนี้ที่ยังติดข้อกฎหมาย&#8230;</p>
<p>นาย เอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้สั่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) 52,000 ราย พร้อมกับดูแลและปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิด รายได้ (เอ็นพีแอล) 610,000 รายควบคู่ไปด้วย เพื่อดูแลลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในเรื่องหนี้สินเช่นเดียวกัน</p>
<p>นาย เอ็นนูกล่าวว่า ในวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ไขหนี้สมาชิกของกองทุนฯ ยังติดเงื่อนไขกฎหมายบางประการทำให้กระทรวงการคลังต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อกฎหมายในประเด็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการ  ซึ่งขณะนี้กฤษฎีกาชุดที่ 3 ยังไม่มีมติใดๆ ในเรื่องดังกล่าว</p>
<p>อย่าง ไรก็ตาม ระหว่างรอผลชี้ขาดจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ธ.ก.ส.ได้ร่วมกับธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดทำร่างวิธีปฏิบัติงานร่วมกันพร้อมจัดทำแบบพิมพ์คำขอ แบบพิมพ์สัญญากู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการและแนวทางการ ฟื้นฟูเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น รวมทั้งได้เตรียมดำเนินการให้กับลูกหนี้กองทุนฯที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไปก่อน ส่วนของลูกหนี้เอ็นพีแอลของ ธ.ก.ส. ซึ่งมีอยู่ 610,000 ราย ธ.ก.ส.จะเข้าไปดูแลเช่นเดียวกัน โดยจะแบ่งกลุ่มลูกหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/109775" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ททท.ประกาศเดินหน้าบุกตลาดท่องเที่ยวออนไลน์</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 12:51:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์ออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1142</guid>
		<description><![CDATA[ททท.ประกาศเดินหน้า 9 ภารกิจ บุกตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น  ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 15.5 ล้านคนในปี 54 เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายสุรพล เศวตเศรณี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า ททท. จะเดินหน้า 9 ภารกิจ ให้เป็นตามนโยบายส่งเสริมการทำตลาดผ่านออนไลน์ สอดคล้องกับกระแสโลก โดยพบว่า หลังจาก ททท. หันมารุกหนักด้านให้ข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ ก็มีส่วนสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากขึ้น จึงเชื่อว่าการเดินหน้าภารกิจนี้จะทำให้ ททท.ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 54 ได้ 15.5 ล้านคน เกิดรายได้ 600,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และดึงคนไทยเที่ยวไทยได้ 91 ล้านคนครั้ง (1 คนอาจเที่ยวมากกว่า 1 ครั้ง) สร้างรายได้ 430,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยภารกิจแรก คือ ผลักดันให้เว็บไซต์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/63011.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1143" title="630" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/63011-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a></p>
<p>ททท.ประกาศเดินหน้า 9 ภารกิจ บุกตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น  ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 15.5 ล้านคนในปี 54</p>
<p>เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายสุรพล เศวตเศรณี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า ททท. จะเดินหน้า 9 ภารกิจ ให้เป็นตามนโยบายส่งเสริมการทำตลาดผ่านออนไลน์ สอดคล้องกับกระแสโลก โดยพบว่า หลังจาก ททท. หันมารุกหนักด้านให้ข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ ก็มีส่วนสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากขึ้น จึงเชื่อว่าการเดินหน้าภารกิจนี้จะทำให้ ททท.ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 54 ได้ 15.5 ล้านคน เกิดรายได้ 600,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และดึงคนไทยเที่ยวไทยได้ 91 ล้านคนครั้ง (1 คนอาจเที่ยวมากกว่า 1 ครั้ง) สร้างรายได้ 430,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยภารกิจแรก คือ ผลักดันให้เว็บไซต์ ททท. www.tourismthailand.org เป็นเว็บท่าที่มีบริการเบ็ดเสร็จ (วัน สต็อป เซอร์วิส) ให้นักท่องเที่ยวมาหาข้อมูลและเชื่อมโยงต่อไปยังเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้ติดต่อกันโดยตรง ตกลงซื้อขายทางออนไลน์มากขึ้น</p>
<p>ผู้ว่าการ ททท. กล่าวต่อว่า ภารกิจที่เตรียมดำเนินการ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการด้านการทำตลาดผ่านทางออนไลน์ จัดฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มการผลิตสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบ เช่น โบรชัวร์ออนไลน์ และนิตยสารออนไลน์ ส่วนภารกิจอื่นๆ ที่ทำไปบ้างแล้ว ได้แก่ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวสร้างข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวทางออนไลน์, สร้างเครือข่ายให้คนในสังคมออนไลน์ มีส่วนร่วม ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จมาก มียอดผู้ติดตามเฟซบุ๊ก 85,865 ราย และติดตามทวิตเตอร์ 14,000 ราย</p>
<p>นอกจากนี้ยังเปิดรับฟังความเห็น จากนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปแก้ไข ซึ่งแนวทางนี้เป็นประโยชน์มากช่วงที่เกิดวิกฤติการเมือง, สร้างนักข่าวพลเมือง เพื่อให้กลุ่มนี้มีส่วนเผยแพร่ข้อมูลท่องเที่ยวไทย, จัดกิจกรรมทางช่องทางออนไลน์ คู่ขนานกับกิจกรรมการตลาดดั้งเดิม และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดข้นตลอดเวลามาประยุกต์ใช้ทำตลาด เช่น คิวอาร์โค้ด ที่กำลังได้รับความนิยมมาก เป็นต้น</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/109674" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาทต่อวัน อัตราเดียวทั่วประเทศ</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-250/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-250/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 00:06:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาท]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเดียวทั่วประเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1130</guid>
		<description><![CDATA[กกร. เห็นด้วยแนวคิดนายกฯ​ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาทต่อวัน อัตราเดียวทั่วประเทศ  แต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นกับขีดความสามารถของนายจ้าง&#8230; นาย สมพงษ์ นครศรี รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการกำหนดคุณภาพวิชาชีพแรงงาน เผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ ส.อ.ท. เห็นด้วยกับแนวคิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาทต่อวัน อัตราเดียวกันทั่วประเทศ จากปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 6 จังหวัดอยู่ที่ 206 บาทต่อวัน ทั้งนี้มองว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงต้องพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และความสามารถการจ่ายของนายจ้าง และเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้างไตรภาคีที่ต้องพิจารณา ซึ่งมีตัวแทนจากนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ ฝ่ายละ 5 คนดำเนินการอยู่แล้ว &#8220;การ ที่นายกรัฐมนตรีต้องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อกระจายรายได้เพิ่มขึ้น ถือเป็นแนวคิดที่ดี ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของนายจ้าง ส่วนค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันที่ 205 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/4202.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1131" title="420" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/4202-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a></p>
<p>กกร. เห็นด้วยแนวคิดนายกฯ​ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาทต่อวัน อัตราเดียวทั่วประเทศ  แต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นกับขีดความสามารถของนายจ้าง&#8230;</p>
<p>นาย สมพงษ์ นครศรี รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการกำหนดคุณภาพวิชาชีพแรงงาน เผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ ส.อ.ท. เห็นด้วยกับแนวคิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาทต่อวัน อัตราเดียวกันทั่วประเทศ จากปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 6 จังหวัดอยู่ที่ 206 บาทต่อวัน</p>
<p>ทั้งนี้มองว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงต้องพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และความสามารถการจ่ายของนายจ้าง และเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้างไตรภาคีที่ต้องพิจารณา ซึ่งมีตัวแทนจากนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ ฝ่ายละ 5 คนดำเนินการอยู่แล้ว</p>
<p>&#8220;การ ที่นายกรัฐมนตรีต้องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อกระจายรายได้เพิ่มขึ้น ถือเป็นแนวคิดที่ดี ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของนายจ้าง ส่วนค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันที่ 205 บาท ถือว่าเหมาะสมกับการจ้างงานหรือไม่เป็นความเห็นของแต่ละบริษัท ขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่าการขึ้นค่าแรงจะทำให้ มีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามาเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการรับแรงงานต่างด้าวทำงานเกิดจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน  และยอมรับว่าค่าจ้างถูกกว่า&#8221;</p>
<p>สำหรับความคืบหน้าการศึกษาแนวทางการ กำหนดวิชาชีพแรงงาน ได้แบ่งขีดความสามารถและการจ้างงานเป็น 4 ขั้น ขั้นที่ 1 แรงงานใหม่เริ่มทำงาน 3-4 เดือน และเริ่มเรียนรู้งาน ขั้นที่ 2 แรงงานที่ทำงานมาแล้ว 3-5 เดือน มีความเชี่ยวชาญ ขั้นที่ 3 เป็นหัวหน้างานและสั่งงานได้ และขั้นที่ 4 ช่างเทคนิคมีฝีมือและความชำนาญ โดยปัจจุบันสัดส่วนแรงงานที่ทำงานเกิน 2 ปี มีอยู่ราว 80-85%</p>
<p>นาย ดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การกำหนดวิชาชีพแรงงานเป็นสิ่งที่ดี เพื่อให้สอดคล้องกับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี และไม่ต้องกังวลกับมาตรฐานฝีมือแรงงานที่จะเข้ามาด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะนำเสนอต่อที่ประชุม กกร. หลังจากนั้นอาจนำเสนอต่อการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไข ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ต่อไป.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/109180" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-250/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แย่งประมูลซื้อคาร์ฟูร์กันคึกคัก</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 23:25:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Carrefour]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์ฟูร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดประมูลซื้อกิจการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1064</guid>
		<description><![CDATA[เปิดประมูลซื้อกิจการ &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; รอบแรกคึก ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยเทศ สนเข้าร่วมสู้ราคา หวังดันกิจการคาร์ฟูร์เป็นทางลัดเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทย คาร์ฟูร์ ต้องการขายเหมา 3 ประเทศ แต่ผู้ซื้อต้องการแบ่งการประมูลเป็น 2 ส่วน มาเลย์รวมกับสิงคโปร์ และแยกตลาดเมืองไทยออกต่างหาก สำนักข่าว รอยเตอร์รายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า บริษัทคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอันดับ 2 ของโลก ได้เริ่มประมูลรอบแรกในกิจการของคาร์ฟูร์ในสิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย เพื่อมุ่งหวังให้ความสำคัญกับตลาดอื่นๆที่มีศักยภาพเป็นผู้นำ โดยบริษัทที่สนใจที่คาดว่าจะเข้าร่วมประมูลคือบริษัทกาสิโนจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์ เซ็นเตอร์ในไทย, บริษัทแดรี่ ฟาร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ จากสิงคโปร์, เทสโก้ จากอังกฤษ, เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และ ปตท. ขณะเดียว กัน ทางบริษัทอิออน กรุ๊ป กลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น มีความสนใจจะร่วมประมูลกิจการคาร์ฟูร์ด้วย ซึ่งการเข้าซื้อคาร์ฟูร์จะทำให้สาขาของอิออนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ใน 3 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/420.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1065" title="420" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/420-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a></p>
<p>เปิดประมูลซื้อกิจการ &#8220;คาร์ฟูร์&#8221; รอบแรกคึก ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยเทศ สนเข้าร่วมสู้ราคา หวังดันกิจการคาร์ฟูร์เป็นทางลัดเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทย คาร์ฟูร์ ต้องการขายเหมา 3 ประเทศ แต่ผู้ซื้อต้องการแบ่งการประมูลเป็น 2 ส่วน มาเลย์รวมกับสิงคโปร์ และแยกตลาดเมืองไทยออกต่างหาก</p>
<p>สำนักข่าว รอยเตอร์รายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า บริษัทคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอันดับ 2 ของโลก ได้เริ่มประมูลรอบแรกในกิจการของคาร์ฟูร์ในสิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย เพื่อมุ่งหวังให้ความสำคัญกับตลาดอื่นๆที่มีศักยภาพเป็นผู้นำ โดยบริษัทที่สนใจที่คาดว่าจะเข้าร่วมประมูลคือบริษัทกาสิโนจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์ เซ็นเตอร์ในไทย, บริษัทแดรี่ ฟาร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ จากสิงคโปร์, เทสโก้ จากอังกฤษ, เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และ ปตท.</p>
<p>ขณะเดียว กัน ทางบริษัทอิออน กรุ๊ป กลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น มีความสนใจจะร่วมประมูลกิจการคาร์ฟูร์ด้วย ซึ่งการเข้าซื้อคาร์ฟูร์จะทำให้สาขาของอิออนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ใน 3 ประเทศดังกล่าว โดยอิออนมี 27 สาขาในมาเลเซีย และ 11 สาขาในไทย  ภายใต้ชื่อห้างจัสโก้และแม็กซ์แวลู ซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยให้ทาง บล.โนมูระ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเข้าประมูล ที่ผ่านมาอิออนได้เข้าซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว</p>
<p>รายงาน ข่าวระบุว่า ทางคาร์ฟูร์ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด และแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องไม่ต้องการเปิดเผยชื่อผู้สนใจ เนื่องจากความอ่อนไหวของกระบวนการประมูล ขณะที่การขายกิจการดังกล่าว ยังมีความไม่ชัดเจน ก็คือการขายกิจการรวมเป็นแพ็กเกจเดียว 3 ประเทศ หรือแยกการขายสินทรัพย์ เป็นส่วนๆ แต่ทางคาร์ฟูร์ต้องการผู้ซื้อที่ให้ข้อเสนอที่น่าสนใจ และซื้อทั้ง 3 ประเทศไปพร้อมกัน โดยทางโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ และยูบีเอส เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการขายกิจการครั้งนี้</p>
<p>ทั้งนี้ หลายบริษัทต้องการซื้อกิจการคาร์ฟูร์เพื่อหวังที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ กับสถานะของตนในตลาดอาเซียนทั้ง 3 ประเทศ โดยการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคทั้งใน 3 ประเทศ มีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง</p>
<p>อย่างไรก็ ตาม มีการระบุด้วยว่า ทางคาร์ฟูร์ได้แยกการขายกิจการครั้งนี้ออกเป็นสองส่วน โดยรวมสิงคโปร์และมาเลเซียไว้ด้วยกัน ส่วนคาร์ฟูร์ในไทยจะได้รับการเสนอขายแยกออกมาต่างหาก</p>
<p>ปัจจุบัน คาร์ฟูร์มีธุรกิจในเอเชียจำนวน 626 สาขา กว่า 2 ใน 3 อยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน, อินโดนีเซีย 76 สาขา, ไต้หวัน 65 สาขา, มาเลเซีย 19 สาขา, สิงคโปร์ 2 สาขา และไทย มี 40 สาขา ซึ่งรวมถึงสาขาแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 39 สาขา</p>
<p>รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางคาร์ฟูร์ได้ถอนตัวการลงทุนในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มาแล้ว และการถอนตัวครั้งล่าสุดนี้ในสิงคโปร์, มาเลเซีย และไทยได้เกิดขึ้นในขณะที่คาร์ฟูร์กำลังประสบปัญหายอดขายที่ซบเซาในยุโรป ในปีที่ผ่านมายอดขายของคาร์ฟูร์รวมทั้งสิ้น 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  หรือประมาณ 3.52 ล้านล้านบาท โดยยอดขายในตลาดเอเชียมีส่วนแบ่ง 7.9% ของยอดขายทั้งหมด  และตลาดไทยมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 9.1% ของยอดขายในเอเชีย หรือราว 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  หรือประมาณ 25,000ล้านบาท  ด้าน  บล.ฟิลลิป  ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ในไทย  ประเมินว่าราคาขายกิจการของคาร์ฟูร์ในไทยอาจจะอยู่ที่ 16,000-19,000 ล้านบาท.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/108014" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คมนาคมเร่งรถไฟไทย-จีน</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 00:22:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานคณะกรรมการฝ่ายไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยและจีน]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟไทย-จีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=1029</guid>
		<description><![CDATA[นายกฯ มอบ กระทรวงคมนาคม จัดทำรายละเอียดรถไฟไทย-จีน เส้นทางหนองคาย -กรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ แทน รองนายกฯกอร์ปศักดิ์&#8230; ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงกรอบการศึกษาร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-กรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปเจรจากับฝ่ายจีน และ ครม.มีมติแต่งตั้งให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายไทย ในการศึกษาและกำหนดแนวทางดำเนินโครงการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยและจีน จนมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานที่ถูกส่งมาจากกระทรวงการรถไฟของจีนแล้ว ว่า นายกอร์ปศักดิ์ได้เตรียมนำเสนอกรอบการศึกษาให้ ครม.ในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนนำเสนอสภาพิจารณาตามมาตรา 190 (2) แต่สุดท้ายต้องเลื่อนออกไป อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนตัวให้กระทรวงคมนาคมนำเรื่องนี้ไปดูแลแทน โดย ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายกอร์ปศักดิ์ได้ทวิตเตอร์ว่า &#8220;กระทรวงคมนาคมขอเรื่องรถไฟไทย-จีนไปดู ก่อนให้ ครม.พิจารณา วันนี้เลยฟาวล์ไป เมื่อไหร่เข้า ครม.เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมจากนี้ไป&#8221; ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องของกรอบการเจรจาความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลจีนเพื่อดำเนินโครงการรถไฟ เนื่องจากในการนำเข้าสู่ การพิจารณาของสภาฯจะต้องนำเสนอโดยเจ้าของเรื่องโดยตรง คือกระทรวงคมนาคม จึงได้มอบให้ กระทรวงคมนาคมกลับไปจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์ต่อไป คาดว่าอาจจะลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ภายในปลายปีนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/KS.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1030" title="KS" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/09/KS-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p>นายกฯ มอบ กระทรวงคมนาคม จัดทำรายละเอียดรถไฟไทย-จีน เส้นทางหนองคาย -กรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ แทน รองนายกฯกอร์ปศักดิ์&#8230;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงกรอบการศึกษาร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-กรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปเจรจากับฝ่ายจีน และ ครม.มีมติแต่งตั้งให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายไทย ในการศึกษาและกำหนดแนวทางดำเนินโครงการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยและจีน จนมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานที่ถูกส่งมาจากกระทรวงการรถไฟของจีนแล้ว ว่า นายกอร์ปศักดิ์ได้เตรียมนำเสนอกรอบการศึกษาให้ ครม.ในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนนำเสนอสภาพิจารณาตามมาตรา 190 (2) แต่สุดท้ายต้องเลื่อนออกไป อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนตัวให้กระทรวงคมนาคมนำเรื่องนี้ไปดูแลแทน</p>
<p>โดย ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายกอร์ปศักดิ์ได้ทวิตเตอร์ว่า &#8220;กระทรวงคมนาคมขอเรื่องรถไฟไทย-จีนไปดู ก่อนให้ ครม.พิจารณา วันนี้เลยฟาวล์ไป เมื่อไหร่เข้า ครม.เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมจากนี้ไป&#8221;</p>
<p>ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องของกรอบการเจรจาความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลจีนเพื่อดำเนินโครงการรถไฟ เนื่องจากในการนำเข้าสู่ การพิจารณาของสภาฯจะต้องนำเสนอโดยเจ้าของเรื่องโดยตรง คือกระทรวงคมนาคม จึงได้มอบให้ กระทรวงคมนาคมกลับไปจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์ต่อไป คาดว่าอาจจะลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ภายในปลายปีนี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการซักซ้อมว่าโครงการร่วมทุนรถไฟไทย-จีน จะไม่ซ้ำซ้อนกับแผนของกระทรวงคมนาคมที่จะปฏิรูประบบรถไฟของประเทศวงเงิน 170,000 ล้านบาท เพื่อทำให้รถไฟวิ่งได้ 100-120 กม.ต่อ ชม. โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรอบการร่วมลงทุนกับจีนที่จะพัฒนารถไฟวิ่งได้มากกว่า 200 กม.ต่อ ชม. ส่วนอีก 2 เส้นทางคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ระยอง ที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการในรูปแบบของการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือพีพีพี ได้ให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังไปดูความสนใจของเอกชนว่ามีมากน้อย เพียงใด</p>
<p>ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปได้ที่ไทยและจีนจะตั้งบริษัทร่วมทุนในลักษณะที่เป็นหุ้นส่วนกัน เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาเดินทางจากหนองคายมากรุงเทพฯไม่เกิน 3 ชม. โดยยืนยันว่าโครงการร่วมทุนครั้งนี้จะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด.</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/107749" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรวจจุดบริการน้ำดื่มในฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ต</title>
		<link>http://news.thaika.com/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://news.thaika.com/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Aug 2010 20:14:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำดื่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.thaika.com/?p=987</guid>
		<description><![CDATA[กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจจุดบริการน้ำดื่มในฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมสั่งเพิ่มขนาดภาชนะให้ใหญ่ขึ้น ส่วนราคาน้ำดื่มบรรจุขวดหากแช่เย็น ใส่แก้ว สามารถปรับราคาได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค&#8230; เมื่อ วันที่ 28 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังลงพื้นที่เพื่อติดตามผลของมาตรการในการดูแลราคาน้ำดื่มบรรจุขวด และจุดบริการน้ำดื่มที่ร้านจำหน่ายอาหารฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ต โดยตรวจบริเวณห้างเอสพลานาดและเทสโก้โลตัส สาขาย่านแคลายว่า ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือกับมาตรการดูแลราคาน้ำดื่มและจุดดื่มน้ำ โดยร้านฟาสต์ฟู้ด ได้ปฏิบัติตามด้วยการให้บริการน้ำดื่มแก่ลูกค้าฟรี รวมทั้งมีการติดป้ายสติ๊กเกอร์แสดงถึงการให้บริการน้ำดื่มฟรีแก่ลูกค้า ที่ผ่านมาแม้จะตรวจพบว่าขนาดภาชนะเล็กเกินไป ได้ขอให้ปรับปรุงให้มีขนาดเพียงพอกับการดื่มแต่ละครั้งด้วย สำหรับการจัดจุดให้มีน้ำดื่มฟรี กรมการค้าภายในจะให้มาตรการจัดให้มีน้ำดื่มฟรีครอบคลุมศูนย์อาหารทุกแห่ง เริ่มจากขนาดใหญ่ก่อน และขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป เช่นเดียวกันร้านฟาสต์ฟู้ดและจะขยายไปยังโรงภาพยนตร์ สถานีรถโดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ทั่วประเทศต่อไป ส่วนราคาจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุ ขวดนั้น กรมการค้าภายในต้องการให้จำหน่ายในราคาที่เหมาะสม โดยให้ทุกร้านค้าที่จำหน่ายแบบไม่แช่เย็นควรจำหน่ายสำหรับขนาดบรรจุขวด 500-600 ซี.ซี. ในราคาขวดละ 7 บาท แต่ละร้านหากมีบริการเสริมเช่น แช่เย็น ใส่แก้ว สามารถปรับราคาได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค สำหรับมาตรการดูแลราคาจำหน่ายน้ำดื่มนี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป หากผู้ประกอบการให้ความร่วมมือ กรมการค้าภายในก็ไม่มีแนวคิดที่จะนำน้ำดื่มมารวมไว้ในรายการสินค้าควบคุมแต่ อย่างใด ที่มา     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/Water.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-988" title="Water" src="http://news.thaika.com/wp-content/uploads/2010/08/Water-187x300.jpg" alt="" width="187" height="300" /></a></p>
<p>กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจจุดบริการน้ำดื่มในฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมสั่งเพิ่มขนาดภาชนะให้ใหญ่ขึ้น ส่วนราคาน้ำดื่มบรรจุขวดหากแช่เย็น ใส่แก้ว สามารถปรับราคาได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค&#8230;</p>
<p>เมื่อ วันที่ 28 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังลงพื้นที่เพื่อติดตามผลของมาตรการในการดูแลราคาน้ำดื่มบรรจุขวด และจุดบริการน้ำดื่มที่ร้านจำหน่ายอาหารฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ต โดยตรวจบริเวณห้างเอสพลานาดและเทสโก้โลตัส สาขาย่านแคลายว่า ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือกับมาตรการดูแลราคาน้ำดื่มและจุดดื่มน้ำ โดยร้านฟาสต์ฟู้ด ได้ปฏิบัติตามด้วยการให้บริการน้ำดื่มแก่ลูกค้าฟรี รวมทั้งมีการติดป้ายสติ๊กเกอร์แสดงถึงการให้บริการน้ำดื่มฟรีแก่ลูกค้า ที่ผ่านมาแม้จะตรวจพบว่าขนาดภาชนะเล็กเกินไป ได้ขอให้ปรับปรุงให้มีขนาดเพียงพอกับการดื่มแต่ละครั้งด้วย สำหรับการจัดจุดให้มีน้ำดื่มฟรี กรมการค้าภายในจะให้มาตรการจัดให้มีน้ำดื่มฟรีครอบคลุมศูนย์อาหารทุกแห่ง เริ่มจากขนาดใหญ่ก่อน และขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป เช่นเดียวกันร้านฟาสต์ฟู้ดและจะขยายไปยังโรงภาพยนตร์ สถานีรถโดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ทั่วประเทศต่อไป</p>
<p>ส่วนราคาจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุ ขวดนั้น กรมการค้าภายในต้องการให้จำหน่ายในราคาที่เหมาะสม โดยให้ทุกร้านค้าที่จำหน่ายแบบไม่แช่เย็นควรจำหน่ายสำหรับขนาดบรรจุขวด 500-600 ซี.ซี. ในราคาขวดละ 7 บาท แต่ละร้านหากมีบริการเสริมเช่น แช่เย็น ใส่แก้ว สามารถปรับราคาได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค สำหรับมาตรการดูแลราคาจำหน่ายน้ำดื่มนี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป หากผู้ประกอบการให้ความร่วมมือ กรมการค้าภายในก็ไม่มีแนวคิดที่จะนำน้ำดื่มมารวมไว้ในรายการสินค้าควบคุมแต่ อย่างใด</p>
<p>ที่มา     :     <a title="ไทยรัฐ" href="http://thaika.com/go/index.php?asin=www.thairath.co.th/content/eco/106902" target="_blank">ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.thaika.com/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

